อียิปต์ Egypt

อียิปต์ Egypt หรือ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ประเทศแห่งอารยธรรมโบราณ ที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ลึกลับ และตำนานอันน่าพิศวง สัมผัสกับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก รับรองว่าต้องหลงเสน่ห์ดินแดนอาหรับโบราณแห่งนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอนค่า

เที่ยวมหาพีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza)

มหาพีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza) หรือที่รู้จักกันในชื่อ พีระมิดคีออปส์ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ และเป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก! ตั้งอยู่บนที่ราบสูงทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ในเขตชานเมืองของกรุงไคโรสมัยใหม่ สร้างขึ้นในช่วงของกษัตริย์ Khufu ราวๆ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล หรือ เมื่อประมาณ 4,600 ปีที่แล้วในสมัยราชวงศ์ที่ 4 แห่งอิยิปต์ เป็นเวลาที่ยาวนานมากๆ เลยใช่ไหมคะ

มหาพีระมิดแห่งกีซ่าประกอบไปด้วย 3 พีระมิดด้วยกัน ได้แก่  พีระมิดคูฟู (Khufu) หรือ มหาพีระมิดแห่งกีซ่า (The Great Pyramid of Giza) ซึ่งแต่ก่อนเคยมีความสูงถึง 481.4 ฟุต ถ้านึกภาพไม่ออกว่าสูงขนาดไหน ก็แค่สูงพอๆ กับตึก 40 ชั้นเองค่ะทุกค๊นน!!  เมื่อกาลเวลาผ่านไปทำให้ปัจจุบันความสูงของพีระมิดเหลือเพียง 450 ฟุต เท่านั้นค่ะ

ต่อมา พีระมิดคาเฟร (Khafre) ตั้งอยู่ตรงระหว่างกลาง พีระมิดคาเฟรถูกสร้างบนพื้นที่สูงทำให้เมื่อดูเผินๆ แล้วดูใหญ่กว่าทั้ง 3 พีระมิด แต่ความจริงแล้วมีขนาดความสูงและฐานที่แคบกว่าพีระมิคูฟูค่ะ จุดเด่นของพีระมิดคาเฟรคือ ยังคงมีชั้นหินปูนขัดมันอยู่ที่ส่วนยอดของพีระมิดหลงเหลืออยู่ ในขณะที่อีก 2 พีระมิดไม่เหลือชั้นหินปูนขัดมันอยู่แล้วค่ะ

และสุดท้ายคือ พีระมิดเมนคูเร (Menkaure) มีขนาดเล็ก และมีอายุน้อยที่สุดในหมู่พีระมิดทั้ง 3 มีความสูงเพียง 230 ฟุตเท่านั้นค่ะ สาเหตุที่สร้างพีระมิดแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการเก็บรักษาพระศพของราชวงศ์กษัตริย์  และรอการฟื้นคืนชีพตามความเชื่อของชาวอียิปต์สมัยก่อนนั่นเอง! ซึ่งเป็นต้นแบบของมัมมี่ในหนัง.. ถ้า The Mummy Returns ก็เตรียมวิ่งเลยเจ้าค่าาาา

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับการเที่ยวที่มหาพีระมิดแห่งกีซาคือ มหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza) หรือ สฟิงซ์ ตำนานที่มีชื่อเสียงของอียิปต์ เอเชีย และกรีก ในตำนานกล่าวไว้ว่าสฟิงซ์คือ สิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายเป็นสิงโต มีศีรษะเป็มนุษย์  โดยชาวอียิปต์เชื่อกันว่าสฟิงซ์คือ ผู้พิทักษ์ฝ่ายวิญญาณ ส่วนมหาสฟิงซ์แห่งกีซ่านั้น ชาวอียิปต์เชื่อว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเฝ้า ดูแลสมบัติ ภายในพีระมิด อีกทั้งยังคอยขจัดวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารบกวน หรือวุ่นวายกับพระศพอีกด้วยค่ะ

มหาสฟิงซ์แห่งกีซ่า ทำมาจากการแกะสลักรูปจากก้อนหินเพียงก้อนเดียว ส่วนศีรษะที่เป็นมนุษย์กว้างประมาณ 14 ฟุต และขนาดของตัวที่เป็นสิงโตมีความยาวมากกว่า 240 ฟุต จากขนาดที่กล่าวมานั้นทำให้มหาสฟิงซ์แห่งกีซ่า กลายเป็นรูปแกะสลักจากก้อนหินเพียงก้อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โอ้โห… ถ้าเราไปยืนตรงนั้นตัวคงเล็กกว่ามดแน่เลยค่ะ

เที่ยวมหาวิหารอาบูซิมเบล (Abu Simbel Temples)

สถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากเป็นอันดับสองของอียิปต์ ต้องยกให้กับ มหาวิหารอาบูซิมเบล(Abu Simbel Temples) วิหารหินขนาดมหึมา ที่ได้รับมอบให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ ตั้งอยู่บนพรมแดนของประเทศอียิปต์กับซูดานถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในรัชกาลของ Ramesses II เมื่อราวๆ 1,224 ปีก่อนคริสตศักราช เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของอียิปต์ที่ชนะนิวเบียในสมรภูมิแห่งคาเดสค่ะ

วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นจากการเจาะสกัดภูเขาสองลูก แบ่งออกเป็น วิหาร 2 หลัง คือวิหารที่สร้างขึ้น เพื่อองค์ฟาโรห์รามเสสที่สอง และพระมเหสีของพระองค์เอง จุดเด่นของวิหารแห่งนี้คือ รูปแกะสลักองค์ฟาโรห์รามเลสที่นั่งประทับอยู่บนบัลลังก์หน้าวิหารถึงสี่องค์ แต่ละองค์มีความสูง 20 เมตร เห็นแล้วต้องอ้าปากค้าง แบบทึ่งๆ ในความสามารถ และความพยายามของคนยุคก่อน

เมื่อเข้ามาภายในวิหารจะพบกับเสาหินทรงสี่เหลี่ยม 8 ต้นด้านใน แต่ละต้นจะมีการแกะสลักรูปของรามเลสที่ 2 ทรงชุดเครื่องแบบเทพ ภาพบนผนังต่างๆ ที่ถูกแกะสลักร่องลึก และลงสีบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ขององค์ฟาโรห์ ส่วนใหญ่จะเล่าถึงชัยชนะในสงครามของพระองค์ เดิมทีภายในวิหารได้มีการทาสีไว้ทั้งหมด แต่เพราะสภาพอากาศ ความชื้นต่างๆ ทำให้สีที่เคยถูกทาไว้หลุดร่อนออกไปจนหมดค่า

เดินเข้าไปถึงห้องบูชาด้านในสุดของตัววิหารใหญ่จะพบกับรูปแกะสลักของ เทพรา-ฮอรัคกี (Ra-Harakhty) , ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ในฐานะองค์เทพสมมติเทพ , เทพอามุน (Amun) และ เทพพทาห์ (Ptah) ที่นี่เป็นวิหารที่ถึงจะมีอายุยาวนานมากแล้ว แต่ก็ยังคงความสวยงาม

เที่ยวหุบเขากษัตริย์ และ สุสานฟาโรห์ทุตอังค์อามุน (Valley of the Kings and King Tutankhamun)

ถ้าพูดถึงหุบเขาหลายๆ คน คงนึกถึงหุบเขาที่มีดอกไม้และธรรมชาติที่สวยงาม แต่ไม่ใช่กับหุบเขาแห่งนี้แน่ค่ะ เพราะหุบเขาที่เรากำลังจะพาไปเช็คอินคือ หุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ตรงข้ามกับเมืองธีปส์ หรือเมืองลักซอร์ในปัจจุบัน หุบเขากษัตริย์เป็นหุบเขาที่มีหลุมฝังศพถึง 63 หลุม! แต่ละหลุมจะมีห้องขนาดใหญ่ และเล็กต่างกันไป มีความซับซ้อนมากกว่า 120 ห้อง แน่นอนค่ะว่าต้องไม่ใช่หลุมฝังศพธรรมด๊า เพราะที่นี่คือหลุมฝังศพของเหล่ากษัตริย์ และราชวงศ์ของอียิปต์โบราณ ตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 18 ถึง 20 เลยค่ะ เป็นสถานที่ที่เก่าแก่ และโบราณมาก

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หุบเขาแห่งนี้มีชื่อเสียงมากๆ จนนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมาอย่างไม่ขาดสายคือ การค้นพบสุสานฟาโรห์ทุตอังค์อามุน (King Tutankhamun) ในปีค.ศ. 1922 ที่ทำให้ผู้ค้นพบถึงกับตกตะลึงไปตามๆ กันทีเดียวเพราะในนั้นมีสมบัติมากมายมหาศาลที่ถูกเก็บไว้ภายในห้องของสุสาน แต่สิ่งที่ล้ำค่ามากกว่าสมบัติคือ การที่ค้นพบมัมมี่พระศพของฟาโรห์ทุตอังค์อามุนค่ะ ซึ่งถูกบรรจุไว้ในตู้ทองคำถึง 4 ชั้นเลยทีเดียว!

ที่อึ้งกว่าคือ เมื่อเจอโลงพระศพหินแล้วยังเจอโลงพระศพที่มีรูปร่างคนถูกประดับด้วยทองอีก 3 ชั้น และเมื่อเปิดออกถึงจะเจอมัมมี่พระศพของฟาโรห์ทุตอังค์อามุนค่ะ แล้วยังพบหน้ากากทองคำที่จำลองแบบพระพักตร์ของพระองค์ไว้อีกด้วย เมื่อเปิดหน้ากากออกจึงพบพระพักตร์ของพระองค์ มัมมี่ที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดเลยค่ะ หน้ากากทองคำของพระองค์แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของยุคทองในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่นักสำรวจกลุ่มแรกหวังแค่ขุมทรัพย์เท่านั้น ทำให้ตัดสินใจเลาะหน้ากากออกจากพระพักตร์ของพระองค์!!!! น่าตีมือจริงๆ เลยน้อออ

ฟาโรห์ทุตอังค์อามุนมีชื่อเสียงมากเรื่องคำสาปของฟาโรห์ เนื่องจากเหนือสุสานมีข้อความอียิปต์โบราณเขียนไว้แปลได้ว่า ‘มัจจุราชจะมาสู่ผู้ซึ่งรบกวนการบรรทมของฟาโรห์’

มาเที่ยวอียิปต์ทั้งที ไม่มีทางอยู่แล้วค่ะที่จะเป็นการเที่ยวชมแบบธรรมดา เพราะนอกจากจะเดินชมอารยธรรมต่างๆ ภายในสุสานอันล้ำค่าแห่งนี้แล้ว ยังมีการขึ้นบอลลูนชมวิวอีกด้วยนะจ๊ะ ไม่ใช่ทุกที่นะคะที่จะสามารถขึ้นบอลลูนชมวิวแบบนี้ได้ แต่ที่อียิปต์แห่งนี้สามารถทำได้ค่า โดยเราจะได้ขึ้นไปสัมผัสกับบรรยากาศ และภาพภูมิทัศน์ต่างๆ ความงดงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบอียิปต์โบราณ ที่จะสร้างความประทับใจไปแบบสุดๆ

เที่ยววิหารคาร์นัก (Karnak Temple Complex)

วิหารคาร์นัก(Karnak Temple Complex) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดที่สุดในอียิปต์ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลักซอร์เพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นสถานที่ทางศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วยจ้า วิหารคาร์นักได้ชื่อว่าเป็นวิหารที่สวยงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอียิปต์ วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นการถวายแด่เทพเจ้าอะมอนรา(สุริยะเทพ) และเพื่อเป็นที่จัดพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนาตามความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณค่ะ

วิหารคาร์นักเป็นวิหารกลางแจ้งที่มีกำแพงสูงทึบขนาดใหญ่สูงกว่า 1,000 ฟุต ทางเข้าวิหารเต็มไปด้วยหินแกะสลักของสฟิงซ์หัวแกะที่หมอบอยู่ตลอดสองข้างทาง วิหารคาร์นักประกอบไปด้วย 3 วิหารศักดิ์สิทธิ์ โดยมีวิหารเทพอะมอนราตั้งอยู่ตรงกลาง มีสถาปัตยกรรมของฟาโรห์มากมายหลายยุคเป็นองค์ประกอบ  ต่อมาคือวิหารเทพมอนดู ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และสุดท้ายคือวิหารเทวีมัต

นอกจากนี้ด้านในยังมี Great Hypostyle Hall เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ถึง 65,000 ตารางฟุต มีเสาไฮโปสไตล์สูง 70 ฟุต ต้องใช้คนถึง 12 เลยนะคะถึงจะโอบเสานี้รอบ  ไม่ได้มีแค่ต้นเดียวนะคะ เพราะเสาขนาดยักษ์นี้มีถึง 134 ต้นเลยทีเดียว! ยิ่งพอตกเย็นก็จะมีการเปิดไฟโดยรอบวิหาร ทำให้บรรยากาศช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืนสวยงามมากๆ แทงบอล

มาถึงเมืองลักซอร์แล้วห้ามพลาดที่จะมีของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยนะคะ ของฝากสุดฮิตสำหรับเมืองนี้ก็คงต้องยกให้ “อินทผลัม” ผลไม้สุดยอดสรรพคุณของชาวอียิปต์ นั่นเอง เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมายทั้งบำรุงสายตา ช่วยดูแล และควบคุมระบบประสาท ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวาน และอีกมากมายเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีของฝากอื่นๆ อีกเยอะแยะ เช่น ทั้งตุ๊กตาเซรามิค ตุ๊กตาโลหะ ตุ้กตาอูฐ หรือว่าจะเป็นผ้าพันคอลายอียิปต์ ภาพวาดกระดาษปาปิรุส น้ำหอมกลิ่นต่างๆ

เที่ยวภูเขาซีนาย (Mount Sinai) อียิปต์ Egypt

ภูเขาซีนาย (Mount Sinai) หรือที่เรียกว่า ภูเขาแห่งโมเสส มีความสูง 2,285 เมตร หรือประมาณ 7,497 ฟุต ภูเขาแห่งนี้มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับทางศาสนา  เพราะมีการปรากฏชื่อภูเขาแห่งนี้ครั้งแรกในพระคริสตธรรมคัมภีร์ แต่เดิมภูเขาแห่งนี้ชื่อว่า “โฮเรบ” สถานที่ที่พระผู้เป็นเจ้าปรากฏให้โมเสสเห็นเป็นครั้งแรกค่ะ โดยมาให้เห็นในลักษณะไฟลุกบนต้นไม้แต่ว่าไม่ไหม้ และได้ตรัสกับโมเสสว่า ให้ปลดปล่อยชาวอิสราเอลที่เป็นทาสอยู่ในอียิปต์ ต่อมาเมื่อโมเสสสามารถปลดปล่อยชาวอิสราเอลได้แล้ว พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกให้ไปเข้าเฝ้าเป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืนด้วยกัน บนภูเขาซีนาย ได้ประทานบัญญัติ 10 ประการ หรือ คำสอน ข้อปฏิบัติตามคัมภีร์ฮีบรู แก่โมเสสครั้งแรก ณ ภูเขาแห่งนี้  ซึ่งมีความสำคัญกับชาวอิสราเอลมากๆ ทำให้ภูเขาแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่สำคัญทางศาสนาไปโดยปริยาย

นอกจากจะเป็นสถานที่ที่สำคัญทางศาสนาแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอีกด้วยค่ะ การขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าที่ภูเขาซีนายพลาดไม่ได้เลยนะคะ รับรองเลยว่ามีเหงื่อตกแน่ๆ 5555 แต่ขอยืนยันนอนยัน ว่าคุ้มม!!

จะไปดูพระอาทิตย์บนเขาก็ต้องปีน ก่อนจะปีนก็ต้องมีการเตรียมตัวกันหน่อย แต่กิจกรรมแบบนี้ขอไม่แนะนำสำหรับคนที่มีโรคหัวใจ หรือความดันโลหิตนะคะ สภาพร่างกายต้องพร้อมลุย! ถึงแม้ว่าอียิปต์จะมีอากาศที่ค่อนข้างร้อน แต่การปีนเขาสูงขนาดนั้นอากาศด้านบนค่อนข้างหนาวเย็นมากเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเสื้อผ้า ถุงมือ ถุงเท้า เครื่องกันหนาวต้องพร้อมสำหรับร่างกายเรา รองเท้าควรจะเป็นผ้าใบที่ใส่สบาย อย่าลืมพกน้ำไปดื่มระหว่างทางด้วยนะคะ และไฟฉายคือสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดเลย  เนื่องจากเราเดินทางในเวลากลางคืน และใช้เวลากว่า 3 ชม.เลยทีเดียวกว่าจะถึงจุดหมาย รุ่งสางแรกจะเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณตี 5 แทงบอลออนไลน์เพราะฉะนั้นก็ต้องเผื่อเวลากันหน่อย

เที่ยวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อียิปต์ Egypt

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ (Egyptian Museum) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะพิพิธภัณฑ์อียิปต์ หรือพิพิธภัณฑ์ไคโรส์ในกรุงไคโรประเทศอียิปต์ เป็นสถานที่เก็บวัตถุโบราณ ของล้ำค่ามากมายของอียิปต์ โดยรวบรวมไว้หลากหลายยุคสมัยด้วยกัน มีจำนวนกว่า 120,000 รายการ น่าจะต้องเดินเที่ยวชมตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยค่ะ เพราะเยอะมากจริงๆ นะ

ของที่จัดแสดงก็ไม่ใช่ว่าจะหาดูที่ไหนได้ง่ายๆ น้า ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากทองคำที่ไม่ได้เป็นเพียงหน้ากากธรรมดา แต่เป็นหน้ากากที่เชื่อกันว่าเป็นของ King Tutankhamen  หน้ากากที่มีอายุยาวนานกว่า 300 ปีเชียว! ตัวหน้ากากถูกเลาะออกมาจากพระพักตร์ขององค์ฟาโรห์เมื่อครั้งค้นพบสุสานฟาโรห์ทุตอังค์อามุน มีน้ำหนักประมาณ 14 กิโลกรัม และยังเป็นสัญลักษณ์ของอารยธรรมอียิปต์โบราณทั่วโลกด้วยนะคะ

รวมถึงโลงศพที่ทำมาจากทองคำแท้หนัก 110 กิโล ufabetที่บรรจุมัมมี่ในรูปแบบของการบรรทมไว้ ตัวโลงถูกสลักเป็นเทพโอซิริส ซึ่งสัญลักษณ์ของฟาโรห์ อบพระศอทรงสร้อย 2 ชั้นถูกทำขึ้นด้วยทองสีแดง และเหลือง พระหัตถ์มีลักษณะไขว้อยู่บนพระอุระ ทรงกุมแส้ และพระคทาหัวขอ ส่วนผิวหน้าโลงที่เป็นทองคำทั้งหมดจะมีการสลักเป็นลวดลายขนนก ประดับไปด้วยอัญมณีที่งดงามมากๆ เลยค่ะ

หรือจะเป็นการชมพระเศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ชิ้นที่มีชื่อของโลก ชมห้องมัมมี่ 11 กษัตริย์  รวมถึงการจัดแสดงเครื่องประดับที่ได้ชื่อว่าเป็นการจัดแสดงที่ดีที่สุดในโลก เพราะมีทั้งงาช้าง และกำไลทองที่ถูกกู้คืนมาจากหลุมฝังศพของ Tutankhamen  และอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถหาดูได้แค่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เท่านั้น!!! เห็นไหมคะว่าของเค้าไม่ธรรมดาจริง

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เดิมชื่อ วัดพระธาตุเจ้าศรีจอมทอง ตั้งอยู่ถนนเชียงใหม่-ฮอด หมู่ 2 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 58 กิโลเมตร วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 บริเวณที่ตั้ง เป็นเนินดินสูง ประมาณ 10 เมตร เรียกกันมาตั้งแต่อดีตว่า ดอยจอมทอง ตามประวัติสันนิษฐานว่า เป็นวัดที่สร้างขึ้นในราว พุทธศตวรรษที่ 20 แต่จากลักษณะทางศิลปกรรมของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ภายในวัด ปรากฏเป็นลักษณะของศิลปกรรม ในสมัยหลัง พุทธศตวรรษที่ 24 ซึ่งเป็นห้วงระยะเวลาของยุคฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่

สิ่งสำคัญภายในวัด คือ พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดดอยจอมทองอันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนพระเศียรเบื้องขวา ซึ่งมีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่น คือเป็นพระบรมธาตุที่มิได้ฝังใต้ดินแต่ประดิษฐานอยู่ในกู่ภาย ในพระวิหารสามารถอันเชิญ มาสรงน้ำได้ พระบรมธาตุแห่งนี้มีตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังดอยนี้ และ ทรงพยากรณ์ว่าที่นี่จะเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมธาตุของพระองในภายหน้า ต่อมาราวปี พ.ศ.1995 นางเม็ง และ นานสอยได้พบพระบรมธาตุ จึงได้ก่อพระเจดีย์และสร้าง เสนาสนะที่ดอยดินทอง จึงได้ชื่อว่า วัดจอมทอง ต่อมาพระเมืองแก้วกษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์มังรายได้สร้าง พระวิหารขึ้นมา

 ประเพณีสำคัญ
– สรงน้ำพระบรมธาตุ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ เหนือ
– แห่ไม้ค้ำโพธิ์ วันสงกรานต์
– คติของชาวล้านนามีความเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิด (ปีชวด)

 กิจกรรม
– พิธีทำบุญถวายภัตตาหาร,ฟังเทศน์ทุกวันพระ (วันธัมมัสสวนะ)
– ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐาน (สติปัฎฐาน ๔) ตลอดทั้งปี

ฟาร์มแกะดำ

ฟาร์มแกะดำ หัวหิน หรือ Black Sheep Hua Hin Fun Farm ฟาร์มแกะในร่มที่แรกและที่เดียวของประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “ฟาร์มแกะในร่ม ไม่ร้อนทั้งคนทั้งแกะ” ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 15 ไร่

เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเดินทางเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วย ต้นไม้ปกคลุมทั่วทั้งฟาร์ม เน้นความเรียบง่ายเป็นกันเองให้ผู้ที่มาเที่ยวชมได้รู้สึกผ่อนคลายกับบรรยากาศสบายๆ ด้วยการสร้างฟาร์มเล็กๆ ที่มีทั้งแกะ แพะ กวาง กระต่าย และไก่งวง ให้น้องๆ หนูๆได้ให้อาหารสัตว์กันอย่างเพลิดเพลิน

นอกจากนี้ ที่ฟาร์มยังมีผลิตภัณฑ์ของฝากซึ่งทำมาจากแกะให้ได้ช้อป อาทิ สบู่นมแกะ NZ, สบู่นมวัว NZ และสบู่สมุนไพรธรรมชาติ ทั้งสบู่มังคุด ตะไคร้ ขมิ้น มะละกอ และมะขาม ช่วยทั้งรักษาผิวหน้าและบำรุงผิวกาย, ทอฟฟี่นมแกะ, ของฝากน่ารัก ๆ ที่มีหลากหลายรสให้เลือก รวมถึงผลิตภัณฑ์นมแกะรสชาติต่างๆ

เป็นฟาร์มแกะในร่มที่แรกและที่เดียวของประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “ฟาร์มแกะในร่ม ไม่ร้อนทั้งคนทั้งแกะ” ได้สัมผัสบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ปกคลุมทั่วทั้งฟาร์ม

เน้นความเรียบง่ายเป็นกันเองให้ผู้ที่มาเที่ยวชมได้รู้สึกผ่อนคลายกับบรรยากาศสบายๆด้วยการสร้างฟาร์มเล็กๆ และมีสนามหญ้าสีเขียวไว้เป็นมุมถ่ายรูปสวย ๆ มีสไลเดอร์, แทรมโปลีน และสะพานเชือกให้เด็ก ๆ ได้เล่นและออกกำลังกาย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกดด้วย

ฟาร์มแกะดำ เกิดขึ้นได้เพราะความรักสัตว์ของน้องลียา ลูกสาวคุณศิริวรรณกับคุณไบรอัน เพตติกรูว บวกกับความชอบของคนในครอบครัว ที่ได้เดินทางไปเที่ยวฟาร์มในสถานที่ต่างๆมาแล้ว ก็เกิดไอเดียว่าน่าจะมีฟาร์มแกะที่หัวหิน สำหรับให้เด็ก ๆ และคนในครอบครัวได้มาเที่ยวและทำกิจกรรมร่วมกันบ้างและเพื่อแก้ปัญหาของอากาศที่ร้อนทางครอบครัวเพตติกรูวจึงได้ประยุกต์พื้นที่บริเวณบ้านและสวนที่มีอยู่แล้วกว่า 15 ไร่ มาเป็นฟาร์มแกะในร่มที่แรกและที่เดียวในเมืองไทยที่ให้เหล่าบรรดาแกะทั้งหลายได้อาศัยอยู่ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ โดยที่ไม่ร้อนและเด็กๆก็สามารถให้อาหารได้

ตลาดฉัตรไชย

ตลาดฉัตรไชย แห่งนี้แล้วเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่ได้สร้างขึ้นมาตั้งแต่พ.ศ. 2469 ในรัชสมัยของพระบามสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ตามพระราชดำริในคราวที่ได้เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ วังไกลกังวลเป็นครั้งแรกพร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไฟพรรณี

โดยราชสกุลฉัตรไชย พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธินฯ ทรงเป็นหัวหน้าจัดสร้างขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวาย ตลาดก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งอาคารถูกออกแบบให้มีหลังโค้งครึ่งวงกลมต่อเนื่องกัน 7 โค้งเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์มีหมายถึงว่าได้มีการสร้างขึ้นในรัชสมัยของรัชกาลที่ 7

ฉัตรไชย ตลาดเก่าแก่ที่อยู่คู่หัวหินมานานถึง 80 กว่าปี แหล่งที่มีสินค้าจำหน่ายครบครัน ทั้งของกินและของใช้ มีอาหารทะเลแห้งหลากหลาย สามารถมานั่งกินอาหารเช้าได้ที่นี่ มีข้าวแกง โจ๊ก ต้มเลือดหมูปาท่องโก๋ กาแฟ และน้ำเต้าหู้

ยังเป็นแหล่งซื้ออาหารทะเลแห้ง และของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะมีอาหารทะเลแห้งหลายอย่างที่ทำกันสดใหม่ ในราคาย่อมเยา เช่นปลาหมีกไข่ ปลาหมึกกรอบ ปลาริวกิว ปลาทูหอม กุ้งแห้ง กะปิ เป็นต้น

สุขใจฟาร์ม

สุขใจฟาร์ม มีทั้งที่พักและกิจกรรม Workshop อาทิ การปลูกข้าว ปลูกผัก การเพาะเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวรั้วกินได้ การทำบัญชีครัวเรือน และการแบ่งปันเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในชีวิต เมื่อมีวิกฤติ (Covid-19) ย่อมมีโอกาสในการสร้างสิ่งดีๆ บนฐานของภูมินิเวศวัฒนธรรมของชุมชน
“เพราะเราเชื่อว่าการสร้างความมั่นคงทางอาหาร คือ ความมั่นคงของชีวิต”

ฟาร์มที่เริ่มต้นบนผืนดินของคุณตาและคุณยาย โดยชื่อ ตาใจ และ ยายสุข มรดกผืนสุดท้าย ในพื้นที่ 15 ไร่ ในอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ถูกส่งผ่านสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน เดิมทีครอบครัวทำเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวแบบเคมี แต่ประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด

จึงมีแนวคิดอยากปรับเปลี่ยนมาเป็นเกษตรอินทรีย์ ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน โดยการศึกษาเรียนรู้ ลองผิดลองถูกอยู่ 2 ปี จนประสบความสำเร็จ สร้างระบบนิเวศที่หมุนเวียนภายในฟาร์ม สามารถพึ่งพาตนเองได้ แล้วจึงขับเคลื่อนชุมชน ให้เติบโตไปด้วยกัน เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน ให้มีความความมั่นคงทางอาหาร สร้างระบบนิเวศที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน และสร้างกลไกตลาดที่เป็นธรรม

โดยมีฟาร์มมาร์เก็ตเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ และ พืชผัก ให้คนปลูกกับคนกินได้มาเจอกัน ส่วนสินค้าของฟาร์ม นอกเหนือจากข้าวแล้ว ยังมีไข่ไก่ และ ผักตามฤดูกาล อีกทั้งยังเปิดเป็นฟาร์มสเตย์ เพื่อให้คนที่สนใจได้มาพักผ่อน และ เรียนรู้เรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์อีกด้วย

วัดนาทวี

วัดนาทวี สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2360 เดิมเป็นที่ดินของนายยอดทอง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเมืองจะโหน่งให้ดำรงตำแหน่งหัวเมือง หรือเท่ากับนายอำเภอ

ก่อนหน้านี้มีวัดอยู่วัดหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไปมีนามว่า วัดนาหว้า ประมาณปี พ.ศ. 233 วัดนาหว้าถูกข้าศึกตีเมืองแล้วเผาวัดเสียหาย ประชาชนต้องการจะสร้างวัดใหม่ใกล้ๆหมู่บ้านอีกวัดหนึ่ง

นายทองหัวเมืองจึงนำความไปปรึกษากับเจ้าคณะหมวดที่เมืองจะนะตกลง สร้างวัดขึ้นใหม่ในที่ดินของตนเอง

ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านนาต้นจั่น

ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านนาต้นจั่น มีวิถีชีวิตดั้งเดิม มีการทำเกษตรแบบผสมผสาน มีการทำผ้าหมักโคลนเป็นผ้าดีมีน้ำหนัก งดงามด้วยการหมักโคลนและการทอที่ซับซ้อน ชาวบ้านได้ปรับพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ ยกแคร่ไม่ไผ่ทำเป็นที่นั่งกินข้าว ทำห้องน้ำ ส่วนที่เหลือยังคงสภาพป่าไว้ดังเดิม สันดอยแห่งนี้มีทัศนียภาพงดงาม สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในจุดเดียวกัน
โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่นมีประมาณ 23 หลัง แยกบ้านให้อยู่เป็น หลังหรืออยู่บ้านเดียวกับเจ้าของบ้าน ได้ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติรอบ ที่พัก พร้อมห้องครัวอุปกรณ์ครบครัน ซื้ออาหาร ไปทำรับประทานเองสะดวกสบาย
มีกิจกรรมปั่นจักรยานชมวิถีชมุชนในหมู่บ้าน ชมสวนผลไม้และท้องทุ่งพร้อมไกด์ชุมชนนำทาง ไปชมสวนผลไม้ของชาวบ้าน

โปรแกรมการท่องเที่ยว :
-พักโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมดจำนวน 23 หลัง
-ปั่นจักรยานชมวิถีชมุชนในหมู่บ้าน ชมสวนผลไม้และท้องทุ่ง
-ชมวิธีการทำผ้าหมักโคลน การทอผ้าด้วยมือ ผ้ายกดอก และเลือกซื้อผ้าหมักโคลนตัดสำเร็จรูป
-ชมวิธีการทำตุ๊กตาบาร์โหน (บ้านตาวงศ์)
-ชมหัตถกรรมตอไม้
-ชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล ได้แก่ ทุเรียน เงาะ ลองกอง มะม่วง มะปราง มะไฟ ลำไย
-จุดชมวิว “ห้วยต้นไฮ” ชมทะเลหมอกพระอาทิตย์
-ชมและทดลองการทำข้าวเปิ๊ป อาหารท้องถิ่น จิบกาแฟในกระบอกไม้ไผ่

เส้นทางเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ :
– อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย 30 กิโลเมตร
– ร้านทองโบราณ ร้านเงินโบราณ 30 กิโลเมตร
– อุทยานแห่งชาติน้ำตกป่าคา 70 กิโลเมตร
– อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (เมืองเก่าสุโขทัย) 77 กิโลเมตร
– อุทยานแห่งชาติรามคำแหง 110 กิโลเมตร

หอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี

หอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี ภายในหอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี มีการจัดแสดงนิทรรศการมีเนื้อหา ด้วยแบบจำลอง ผสานสื่อที่ทันสมัย น่าสนใจ และง่ายต่อการเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น 7 โซนดังนี้
1. ก่อร่างสร้างเมืองเชียงราย กล่าวถึงตำนานเมืองพญานาค การค้นพบวัฒนธรรมหิน ยุคสังคมเกษตรกรรม ยุคสังคมล่าสัตว์ ยุคตำนาน ยุคแคว้นโยนกไชยบุรีศรีเชียงแสน
2. ร่องรอยไหน ในถิ่นฐาน กล่าวถึงยุคประวัติศาสตร์ สมัยหิรัญนครเงินยาง การสร้างเวียงเชียงราย ตลอดจนรวบรวมอาณาจักรล้านนา การสร้างเมืองเชียงใหม่ จวบจนปกป้องเมืองเชียงใหม่จากการรุกรานของพม่า โดยพระยากาวิละ จนถึงยุคสมัยที่รวบรวมอาณาจักรล้านนาเข้ากับกรุงสยาม
3. เล่าแจ้งแถลงไข เป็นเธียเตอร์ สำหรับบรรยายและฉายภาพประกอบ โดยเล่าเรื่องเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงราย และพญามังรายมหาราช จนถึงพญามังรายสวรรคต ณ เมืองเชียงใหม่
4. เมืองโบราณ อาณาจักรล้านนา จัดแสดงพื้นที่ภูมิประเทศของจังหวัดเชียงราย และอาณาเขตโดยรวบรวมทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เครื่องปั้นดินเผา พับสา แสดงเมืองโบราณแห่งอาณาจักรล้านนา แหล่งเตาเวียงกาหลวง กฎหมายมังรายศาสตร์
5. พญามังรายมหาราช จัดแสดงพระรูปจำลอง พระราชประวัติของพญามังรายมหาราช การสถาปนาอาณาจักรล้านนา ลำดับกษัตริย์ราชวงศ์มังราย
6. สู่เมืองเชียงราย การเปลี่ยนแปลงจากเวียงไชยบุรี สู่หิรัญนครชัยบุรีศรีเชียงแสน การตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าจนกระทั่งกลับสู่อิสรภาพ ตราประจำเมืองในอดีตจนพัฒนารูปแบบการปกครองแบ่งออกเป็น 18 อำเภอ และแสดงประวัติความเป็นมาของแต่ละอำเภอ
7. ความรู้รอบตัว แสดงเกี่ยวกับศาสนสถานที่สำคัญของเมืองเชียงราย ได้แก่ ประวัติของวัดที่มีลักษณะเด่นต่างๆ

จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน มีมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่มีความสำคัญและทรงคุณค่ามากมาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ตระหนักถึงคุณค่าเรื่องภูมิหลังของท้องถิ่น พัฒนาการทางสังคม ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี ชนชาติพันธุ์ ของเมืองเชียงรายที่เชื่อมโยงและหล่อหลอมกันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมอันดีงามเป็นเมืองแห่งศิลปิน และร่วมฉลองเมืองเชียงรายที่มีอายุครบ 750 ปี
พ.ศ. 2555 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย จึงได้ปรับปรุงและพัฒนาหอประชุมเม็งรายอนุสรณ์เป็น
“หอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษ วิถีชีวิตของชาวเชียงรายในอดีต ต้นกำเนิดชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงราย ฯลฯ สำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ตลอดจนการปลูกจิตสำนึกรักท้องถิ่น และความภาคภูมิใจในเมืองเชียงราย รวมทั้งการอนุรักษ์สืบสานไว้เป็นมรดกของท้องถิ่นและชาติ

เป็นการปรับปรุงอาคารหอประชุมเม็งรายอนุสรณ์เดิม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านภูมิหลังของท้องถิ่น พัฒนาการทางสังคม ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี ในส่วนของการจัดแสดงนิทรรศการภายในได้จัดแสดงเนื้อหานับตั้งแต่ยุคสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ ยุคของการสร้างบ้านเมือง การเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเป็นเมืองเชียงรายในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังจัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิตภูมิปัญญา การเมืองการปกครองและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันน่าภูมิใจของคนเชียงราย ซึ่งทั้งหมดนี้นำเสนอด้วยแบบจำลองผสานสื่อที่ทันสมัย ทั้งสไลด์
วีดีทัศน์ ซอฟแวร์ หุ่นจำลอง บอร์ดกราฟฟิก
และภาพประกอบคำบรรยายที่ทันสมัยสวยงามน่าสนใจ และง่ายต่อการเรียนรู้

วัดศรีดอนไชย

วัดศรีดอนไชย ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตกำแพงเมืองชั้นนอก ถ.ช้างคลาน ซึ่งจากการสัมภาษณ์ของผู้รอบรู้ ท่านได้กล่าวว่า ประวัติวัดศรีดอนไชยนั้นไม่เป็นที่ปรากฎแน่ชัด แต่มีคำบอกเล่าลือกันมาว่า เดิมชื่อว่าวัดป่ากล้วยเป็นวัดร้าง

ซึ่งต่อมาพระโพธิรังสีมารชีสะ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ในสมัยนั้นได้รวบรวมผู้มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนา บูรณปฏิสังขรณ์ฟื้นฟูวัดศรีดอนไชยขึ้นมาซึ่งในสมัยนั้นเป็นที่ทราบกันว่าท่านได้เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีดอนไชย และหลังจากนั้นท่านได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหารต่อจากนั้นมา

เหตุการณ์และประวัติไม่ปรากฎที่แน่ชัดซึ่งมีพระปลัดอินตุ๋ยมาเป็นเจ้าอาวาสมาจนกระทั่งถึงพระครูวิสุทธิสังฆการเป็นเจ้าอาวาสจนถึงปัจจุบัน ต่อมาท่านยังกล่าวว่า วัดศรีดอนไชย ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของครูบาศรีวิชัยในสมัยที่ท่านถูกอธิกรณ์มาจากลำพูน โดยท่านครูบาศรีวิชัย ท่านได้มาพำนักอยู่ ณ วัดศรีดอนไชย เป็นเวลา 3 เดือน จึงเดินทางไปกรุงเทพมหานคร

ศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่าแก่งส้มแมว

ศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่าแก่งส้มแมว ตั้งอยู่ในพื้นที่ ศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อยู่บริเวณบ้านห้วยม่วง บนเทือกเขาตะนาวศรี ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีลักษณะจะเป็นโขดหินเล็กใหญ่วางตัวสลับซ้อนขวางแม่น้ำลำภาชีไว้ เลยทำให้แนวโขดหินมีรูปร่างแปลกตา แต่ถึงจะแปลกก็นับว่าเป็นแก่งที่สวยงามมากๆ

ในบางบริเวณของ แก่งส้มแมว น้ำจะไม่เชี่ยวและแรงมาก แต่อาจจะมีโขดหินขนาดใหญ่เป็นแอ่งกว้าง น้ำไม่ลึก เลยทำให้สามารถลงเล่นน้ำได้ เป็นแหล่ง รวมพรรณไม้ป่านานาชนิด และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภายในสวนป่ามีสวนหย่อม ศูนย์จำหน่ายเครื่องเซรามิคจากคนในบริเวณหมู่บ้าน มีเนื้อที่ ประมาณ 3,000 ไร่

เป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้นานาชนิดอันมีค่าทางเศรษฐกิจและเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติที่ดีเยี่ยม ทั้งยังมีลำน้ำภาชีไหลผ่านกระทบแก่งหินขนาดใหญ่ที่รู้จักกันในนาม “แก่งส้มแมว” ซึ่งมีลักษณะเป็นโขดหินใหญ่น้อยสลับซับซ้อนอยู่กลางแม่น้ำภาชี มีน้ำใสไหลเย็นผ่านโขดหิน