อียิปต์ Egypt หรือ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ประเทศแห่งอารยธรรมโบราณ ที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ลึกลับ และตำนานอันน่าพิศวง สัมผัสกับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก รับรองว่าต้องหลงเสน่ห์ดินแดนอาหรับโบราณแห่งนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอนค่า

เที่ยวมหาพีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza)

มหาพีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza) หรือที่รู้จักกันในชื่อ พีระมิดคีออปส์ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ และเป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก! ตั้งอยู่บนที่ราบสูงทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ในเขตชานเมืองของกรุงไคโรสมัยใหม่ สร้างขึ้นในช่วงของกษัตริย์ Khufu ราวๆ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล หรือ เมื่อประมาณ 4,600 ปีที่แล้วในสมัยราชวงศ์ที่ 4 แห่งอิยิปต์ เป็นเวลาที่ยาวนานมากๆ เลยใช่ไหมคะ

มหาพีระมิดแห่งกีซ่าประกอบไปด้วย 3 พีระมิดด้วยกัน ได้แก่  พีระมิดคูฟู (Khufu) หรือ มหาพีระมิดแห่งกีซ่า (The Great Pyramid of Giza) ซึ่งแต่ก่อนเคยมีความสูงถึง 481.4 ฟุต ถ้านึกภาพไม่ออกว่าสูงขนาดไหน ก็แค่สูงพอๆ กับตึก 40 ชั้นเองค่ะทุกค๊นน!!  เมื่อกาลเวลาผ่านไปทำให้ปัจจุบันความสูงของพีระมิดเหลือเพียง 450 ฟุต เท่านั้นค่ะ

ต่อมา พีระมิดคาเฟร (Khafre) ตั้งอยู่ตรงระหว่างกลาง พีระมิดคาเฟรถูกสร้างบนพื้นที่สูงทำให้เมื่อดูเผินๆ แล้วดูใหญ่กว่าทั้ง 3 พีระมิด แต่ความจริงแล้วมีขนาดความสูงและฐานที่แคบกว่าพีระมิคูฟูค่ะ จุดเด่นของพีระมิดคาเฟรคือ ยังคงมีชั้นหินปูนขัดมันอยู่ที่ส่วนยอดของพีระมิดหลงเหลืออยู่ ในขณะที่อีก 2 พีระมิดไม่เหลือชั้นหินปูนขัดมันอยู่แล้วค่ะ

และสุดท้ายคือ พีระมิดเมนคูเร (Menkaure) มีขนาดเล็ก และมีอายุน้อยที่สุดในหมู่พีระมิดทั้ง 3 มีความสูงเพียง 230 ฟุตเท่านั้นค่ะ สาเหตุที่สร้างพีระมิดแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการเก็บรักษาพระศพของราชวงศ์กษัตริย์  และรอการฟื้นคืนชีพตามความเชื่อของชาวอียิปต์สมัยก่อนนั่นเอง! ซึ่งเป็นต้นแบบของมัมมี่ในหนัง.. ถ้า The Mummy Returns ก็เตรียมวิ่งเลยเจ้าค่าาาา

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับการเที่ยวที่มหาพีระมิดแห่งกีซาคือ มหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza) หรือ สฟิงซ์ ตำนานที่มีชื่อเสียงของอียิปต์ เอเชีย และกรีก ในตำนานกล่าวไว้ว่าสฟิงซ์คือ สิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายเป็นสิงโต มีศีรษะเป็มนุษย์  โดยชาวอียิปต์เชื่อกันว่าสฟิงซ์คือ ผู้พิทักษ์ฝ่ายวิญญาณ ส่วนมหาสฟิงซ์แห่งกีซ่านั้น ชาวอียิปต์เชื่อว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเฝ้า ดูแลสมบัติ ภายในพีระมิด อีกทั้งยังคอยขจัดวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารบกวน หรือวุ่นวายกับพระศพอีกด้วยค่ะ

มหาสฟิงซ์แห่งกีซ่า ทำมาจากการแกะสลักรูปจากก้อนหินเพียงก้อนเดียว ส่วนศีรษะที่เป็นมนุษย์กว้างประมาณ 14 ฟุต และขนาดของตัวที่เป็นสิงโตมีความยาวมากกว่า 240 ฟุต จากขนาดที่กล่าวมานั้นทำให้มหาสฟิงซ์แห่งกีซ่า กลายเป็นรูปแกะสลักจากก้อนหินเพียงก้อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โอ้โห… ถ้าเราไปยืนตรงนั้นตัวคงเล็กกว่ามดแน่เลยค่ะ

เที่ยวมหาวิหารอาบูซิมเบล (Abu Simbel Temples)

สถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากเป็นอันดับสองของอียิปต์ ต้องยกให้กับ มหาวิหารอาบูซิมเบล(Abu Simbel Temples) วิหารหินขนาดมหึมา ที่ได้รับมอบให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ ตั้งอยู่บนพรมแดนของประเทศอียิปต์กับซูดานถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในรัชกาลของ Ramesses II เมื่อราวๆ 1,224 ปีก่อนคริสตศักราช เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของอียิปต์ที่ชนะนิวเบียในสมรภูมิแห่งคาเดสค่ะ

วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นจากการเจาะสกัดภูเขาสองลูก แบ่งออกเป็น วิหาร 2 หลัง คือวิหารที่สร้างขึ้น เพื่อองค์ฟาโรห์รามเสสที่สอง และพระมเหสีของพระองค์เอง จุดเด่นของวิหารแห่งนี้คือ รูปแกะสลักองค์ฟาโรห์รามเลสที่นั่งประทับอยู่บนบัลลังก์หน้าวิหารถึงสี่องค์ แต่ละองค์มีความสูง 20 เมตร เห็นแล้วต้องอ้าปากค้าง แบบทึ่งๆ ในความสามารถ และความพยายามของคนยุคก่อน

เมื่อเข้ามาภายในวิหารจะพบกับเสาหินทรงสี่เหลี่ยม 8 ต้นด้านใน แต่ละต้นจะมีการแกะสลักรูปของรามเลสที่ 2 ทรงชุดเครื่องแบบเทพ ภาพบนผนังต่างๆ ที่ถูกแกะสลักร่องลึก และลงสีบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ขององค์ฟาโรห์ ส่วนใหญ่จะเล่าถึงชัยชนะในสงครามของพระองค์ เดิมทีภายในวิหารได้มีการทาสีไว้ทั้งหมด แต่เพราะสภาพอากาศ ความชื้นต่างๆ ทำให้สีที่เคยถูกทาไว้หลุดร่อนออกไปจนหมดค่า

เดินเข้าไปถึงห้องบูชาด้านในสุดของตัววิหารใหญ่จะพบกับรูปแกะสลักของ เทพรา-ฮอรัคกี (Ra-Harakhty) , ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ในฐานะองค์เทพสมมติเทพ , เทพอามุน (Amun) และ เทพพทาห์ (Ptah) ที่นี่เป็นวิหารที่ถึงจะมีอายุยาวนานมากแล้ว แต่ก็ยังคงความสวยงาม

เที่ยวหุบเขากษัตริย์ และ สุสานฟาโรห์ทุตอังค์อามุน (Valley of the Kings and King Tutankhamun)

ถ้าพูดถึงหุบเขาหลายๆ คน คงนึกถึงหุบเขาที่มีดอกไม้และธรรมชาติที่สวยงาม แต่ไม่ใช่กับหุบเขาแห่งนี้แน่ค่ะ เพราะหุบเขาที่เรากำลังจะพาไปเช็คอินคือ หุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ตรงข้ามกับเมืองธีปส์ หรือเมืองลักซอร์ในปัจจุบัน หุบเขากษัตริย์เป็นหุบเขาที่มีหลุมฝังศพถึง 63 หลุม! แต่ละหลุมจะมีห้องขนาดใหญ่ และเล็กต่างกันไป มีความซับซ้อนมากกว่า 120 ห้อง แน่นอนค่ะว่าต้องไม่ใช่หลุมฝังศพธรรมด๊า เพราะที่นี่คือหลุมฝังศพของเหล่ากษัตริย์ และราชวงศ์ของอียิปต์โบราณ ตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 18 ถึง 20 เลยค่ะ เป็นสถานที่ที่เก่าแก่ และโบราณมาก

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หุบเขาแห่งนี้มีชื่อเสียงมากๆ จนนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมาอย่างไม่ขาดสายคือ การค้นพบสุสานฟาโรห์ทุตอังค์อามุน (King Tutankhamun) ในปีค.ศ. 1922 ที่ทำให้ผู้ค้นพบถึงกับตกตะลึงไปตามๆ กันทีเดียวเพราะในนั้นมีสมบัติมากมายมหาศาลที่ถูกเก็บไว้ภายในห้องของสุสาน แต่สิ่งที่ล้ำค่ามากกว่าสมบัติคือ การที่ค้นพบมัมมี่พระศพของฟาโรห์ทุตอังค์อามุนค่ะ ซึ่งถูกบรรจุไว้ในตู้ทองคำถึง 4 ชั้นเลยทีเดียว!

ที่อึ้งกว่าคือ เมื่อเจอโลงพระศพหินแล้วยังเจอโลงพระศพที่มีรูปร่างคนถูกประดับด้วยทองอีก 3 ชั้น และเมื่อเปิดออกถึงจะเจอมัมมี่พระศพของฟาโรห์ทุตอังค์อามุนค่ะ แล้วยังพบหน้ากากทองคำที่จำลองแบบพระพักตร์ของพระองค์ไว้อีกด้วย เมื่อเปิดหน้ากากออกจึงพบพระพักตร์ของพระองค์ มัมมี่ที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดเลยค่ะ หน้ากากทองคำของพระองค์แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของยุคทองในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่นักสำรวจกลุ่มแรกหวังแค่ขุมทรัพย์เท่านั้น ทำให้ตัดสินใจเลาะหน้ากากออกจากพระพักตร์ของพระองค์!!!! น่าตีมือจริงๆ เลยน้อออ

ฟาโรห์ทุตอังค์อามุนมีชื่อเสียงมากเรื่องคำสาปของฟาโรห์ เนื่องจากเหนือสุสานมีข้อความอียิปต์โบราณเขียนไว้แปลได้ว่า ‘มัจจุราชจะมาสู่ผู้ซึ่งรบกวนการบรรทมของฟาโรห์’

มาเที่ยวอียิปต์ทั้งที ไม่มีทางอยู่แล้วค่ะที่จะเป็นการเที่ยวชมแบบธรรมดา เพราะนอกจากจะเดินชมอารยธรรมต่างๆ ภายในสุสานอันล้ำค่าแห่งนี้แล้ว ยังมีการขึ้นบอลลูนชมวิวอีกด้วยนะจ๊ะ ไม่ใช่ทุกที่นะคะที่จะสามารถขึ้นบอลลูนชมวิวแบบนี้ได้ แต่ที่อียิปต์แห่งนี้สามารถทำได้ค่า โดยเราจะได้ขึ้นไปสัมผัสกับบรรยากาศ และภาพภูมิทัศน์ต่างๆ ความงดงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบอียิปต์โบราณ ที่จะสร้างความประทับใจไปแบบสุดๆ

เที่ยววิหารคาร์นัก (Karnak Temple Complex)

วิหารคาร์นัก(Karnak Temple Complex) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดที่สุดในอียิปต์ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลักซอร์เพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นสถานที่ทางศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วยจ้า วิหารคาร์นักได้ชื่อว่าเป็นวิหารที่สวยงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอียิปต์ วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นการถวายแด่เทพเจ้าอะมอนรา(สุริยะเทพ) และเพื่อเป็นที่จัดพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนาตามความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณค่ะ

วิหารคาร์นักเป็นวิหารกลางแจ้งที่มีกำแพงสูงทึบขนาดใหญ่สูงกว่า 1,000 ฟุต ทางเข้าวิหารเต็มไปด้วยหินแกะสลักของสฟิงซ์หัวแกะที่หมอบอยู่ตลอดสองข้างทาง วิหารคาร์นักประกอบไปด้วย 3 วิหารศักดิ์สิทธิ์ โดยมีวิหารเทพอะมอนราตั้งอยู่ตรงกลาง มีสถาปัตยกรรมของฟาโรห์มากมายหลายยุคเป็นองค์ประกอบ  ต่อมาคือวิหารเทพมอนดู ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และสุดท้ายคือวิหารเทวีมัต

นอกจากนี้ด้านในยังมี Great Hypostyle Hall เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ถึง 65,000 ตารางฟุต มีเสาไฮโปสไตล์สูง 70 ฟุต ต้องใช้คนถึง 12 เลยนะคะถึงจะโอบเสานี้รอบ  ไม่ได้มีแค่ต้นเดียวนะคะ เพราะเสาขนาดยักษ์นี้มีถึง 134 ต้นเลยทีเดียว! ยิ่งพอตกเย็นก็จะมีการเปิดไฟโดยรอบวิหาร ทำให้บรรยากาศช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืนสวยงามมากๆ แทงบอล

มาถึงเมืองลักซอร์แล้วห้ามพลาดที่จะมีของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยนะคะ ของฝากสุดฮิตสำหรับเมืองนี้ก็คงต้องยกให้ “อินทผลัม” ผลไม้สุดยอดสรรพคุณของชาวอียิปต์ นั่นเอง เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมายทั้งบำรุงสายตา ช่วยดูแล และควบคุมระบบประสาท ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวาน และอีกมากมายเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีของฝากอื่นๆ อีกเยอะแยะ เช่น ทั้งตุ๊กตาเซรามิค ตุ๊กตาโลหะ ตุ้กตาอูฐ หรือว่าจะเป็นผ้าพันคอลายอียิปต์ ภาพวาดกระดาษปาปิรุส น้ำหอมกลิ่นต่างๆ

เที่ยวภูเขาซีนาย (Mount Sinai) อียิปต์ Egypt

ภูเขาซีนาย (Mount Sinai) หรือที่เรียกว่า ภูเขาแห่งโมเสส มีความสูง 2,285 เมตร หรือประมาณ 7,497 ฟุต ภูเขาแห่งนี้มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับทางศาสนา  เพราะมีการปรากฏชื่อภูเขาแห่งนี้ครั้งแรกในพระคริสตธรรมคัมภีร์ แต่เดิมภูเขาแห่งนี้ชื่อว่า “โฮเรบ” สถานที่ที่พระผู้เป็นเจ้าปรากฏให้โมเสสเห็นเป็นครั้งแรกค่ะ โดยมาให้เห็นในลักษณะไฟลุกบนต้นไม้แต่ว่าไม่ไหม้ และได้ตรัสกับโมเสสว่า ให้ปลดปล่อยชาวอิสราเอลที่เป็นทาสอยู่ในอียิปต์ ต่อมาเมื่อโมเสสสามารถปลดปล่อยชาวอิสราเอลได้แล้ว พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกให้ไปเข้าเฝ้าเป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืนด้วยกัน บนภูเขาซีนาย ได้ประทานบัญญัติ 10 ประการ หรือ คำสอน ข้อปฏิบัติตามคัมภีร์ฮีบรู แก่โมเสสครั้งแรก ณ ภูเขาแห่งนี้  ซึ่งมีความสำคัญกับชาวอิสราเอลมากๆ ทำให้ภูเขาแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่สำคัญทางศาสนาไปโดยปริยาย

นอกจากจะเป็นสถานที่ที่สำคัญทางศาสนาแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอีกด้วยค่ะ การขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าที่ภูเขาซีนายพลาดไม่ได้เลยนะคะ รับรองเลยว่ามีเหงื่อตกแน่ๆ 5555 แต่ขอยืนยันนอนยัน ว่าคุ้มม!!

จะไปดูพระอาทิตย์บนเขาก็ต้องปีน ก่อนจะปีนก็ต้องมีการเตรียมตัวกันหน่อย แต่กิจกรรมแบบนี้ขอไม่แนะนำสำหรับคนที่มีโรคหัวใจ หรือความดันโลหิตนะคะ สภาพร่างกายต้องพร้อมลุย! ถึงแม้ว่าอียิปต์จะมีอากาศที่ค่อนข้างร้อน แต่การปีนเขาสูงขนาดนั้นอากาศด้านบนค่อนข้างหนาวเย็นมากเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเสื้อผ้า ถุงมือ ถุงเท้า เครื่องกันหนาวต้องพร้อมสำหรับร่างกายเรา รองเท้าควรจะเป็นผ้าใบที่ใส่สบาย อย่าลืมพกน้ำไปดื่มระหว่างทางด้วยนะคะ และไฟฉายคือสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดเลย  เนื่องจากเราเดินทางในเวลากลางคืน และใช้เวลากว่า 3 ชม.เลยทีเดียวกว่าจะถึงจุดหมาย รุ่งสางแรกจะเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณตี 5 แทงบอลออนไลน์เพราะฉะนั้นก็ต้องเผื่อเวลากันหน่อย

เที่ยวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อียิปต์ Egypt

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ (Egyptian Museum) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะพิพิธภัณฑ์อียิปต์ หรือพิพิธภัณฑ์ไคโรส์ในกรุงไคโรประเทศอียิปต์ เป็นสถานที่เก็บวัตถุโบราณ ของล้ำค่ามากมายของอียิปต์ โดยรวบรวมไว้หลากหลายยุคสมัยด้วยกัน มีจำนวนกว่า 120,000 รายการ น่าจะต้องเดินเที่ยวชมตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยค่ะ เพราะเยอะมากจริงๆ นะ

ของที่จัดแสดงก็ไม่ใช่ว่าจะหาดูที่ไหนได้ง่ายๆ น้า ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากทองคำที่ไม่ได้เป็นเพียงหน้ากากธรรมดา แต่เป็นหน้ากากที่เชื่อกันว่าเป็นของ King Tutankhamen  หน้ากากที่มีอายุยาวนานกว่า 300 ปีเชียว! ตัวหน้ากากถูกเลาะออกมาจากพระพักตร์ขององค์ฟาโรห์เมื่อครั้งค้นพบสุสานฟาโรห์ทุตอังค์อามุน มีน้ำหนักประมาณ 14 กิโลกรัม และยังเป็นสัญลักษณ์ของอารยธรรมอียิปต์โบราณทั่วโลกด้วยนะคะ

รวมถึงโลงศพที่ทำมาจากทองคำแท้หนัก 110 กิโล ufabetที่บรรจุมัมมี่ในรูปแบบของการบรรทมไว้ ตัวโลงถูกสลักเป็นเทพโอซิริส ซึ่งสัญลักษณ์ของฟาโรห์ อบพระศอทรงสร้อย 2 ชั้นถูกทำขึ้นด้วยทองสีแดง และเหลือง พระหัตถ์มีลักษณะไขว้อยู่บนพระอุระ ทรงกุมแส้ และพระคทาหัวขอ ส่วนผิวหน้าโลงที่เป็นทองคำทั้งหมดจะมีการสลักเป็นลวดลายขนนก ประดับไปด้วยอัญมณีที่งดงามมากๆ เลยค่ะ

หรือจะเป็นการชมพระเศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ชิ้นที่มีชื่อของโลก ชมห้องมัมมี่ 11 กษัตริย์  รวมถึงการจัดแสดงเครื่องประดับที่ได้ชื่อว่าเป็นการจัดแสดงที่ดีที่สุดในโลก เพราะมีทั้งงาช้าง และกำไลทองที่ถูกกู้คืนมาจากหลุมฝังศพของ Tutankhamen  และอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถหาดูได้แค่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เท่านั้น!!! เห็นไหมคะว่าของเค้าไม่ธรรมดาจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *