วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน

วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี และตอนนี้ทางวัดได้รับได้รับ การตั้งเป็น สวนสัตว์สาธารณะจาก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ufa เป็นที่เรียบร้อย และเป็นวัดแรกในเมืองไทยด้วยครับ เพราะทางวัดได้มีการดูแลเสือ และสัตว์ต่างๆเป็นอย่างดี และอาจจะดีกว่าสวนสัตว์เอกชนหลายแห่งที่มีอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากทางวัดมีพื้นที่เพียงพอสำหรับสัตว์ มีสัตว์แพทย์คอยดู แลด้านสุขภาพและมีความพร้อมทางด้านอาหารของสัตว์

วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์เสือและสัตว์ป่าหลายชนิดอยู่ด้วยกันอย่างอิสระตามธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะพบเห็นวิถีชีวิตการอยู่ร่วมกันของสัตว์ต่างๆ โดยสันติและสัตว์เหล่านั้นยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อพระและผู้คนทั่วไป ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวชมกันมาก เปิดทุกวัน เวลา 12.00-15.00น. สำหรับการถ่ายรูปและใกล้ชิดกับเสือ

วัดทิพย์สุคนธาราม

วัดทิพย์สุคนธาราม จุดเด่นของที่นี่คือ มีพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ พระนามว่าพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมถ์ โดยพระพุทธรูปปางคันธารราฐหรือปางขอฝน มีพุทธลักษณะพระอิริยาบถยืนตรง ทรงผ้าวัสสิกสาฎก พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ หรืออก พระหัตถ์ซ้ายหงายรองรับน้ำฝน ซึ่งจะจัดสร้างและประดิษฐานที่วัดทิพย์สุคนธาราม ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ตามเจตนารมณ์ของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสรมหาเถร ป.ธ.9) อดีตเจ้าอาวาสวัด ชนะสงคราม ที่มรณภาพไปแล้ว

“วัดทิพย์สุคนธาราม” มีพระพุทธเมตตาฯเป็นพระพุทธรูปปางขอฝนเนื้อสำริดที่ใหญ่ ที่สุดในไทย ซึ่งพระปางขอฝนได้ถูกใส่ไว้ให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตามตำนานเขาเล่าว่าของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่า “ครั้งหนึ่งในสมัย พุทธกาล นั้นฝนแล้งมากแต่ด้วยพระพุทธบารมีได้ทรงพลิกพื้นที่แห้งแล้งให้มีน้ำฝนหลั่งไปทั่วทุกสารทิศ และที่อำเภอห้วยกระเจา คือ อีสานของจังหวัด กาญจนบุรี

จึงเป็นที่มาของพระปางขอฝนที่สุดแห่งความศรัทธากับประติมากรรมทางพุทธศิลป์ พระพุทธรูปสำริดปางขอฝนที่สูงที่สุด ในประเทศไทย ว่ากันว่าหากได้มากราบไหว้ชีวิตจะพบแต่ความร่มเย็นเป็นสุขดั่งแผ่นดินที่ได้รับสายฝน ซึ่งมีความเชื่อว่าการสร้างพระพุทธรูปดังกล่าว จะทำให้พื้นที่บริเวณ นั้นเกิดความชุ่มชื้นมากขึ้นจากพุทธานุภาพปางขอฝน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่แห้งแล้งซึ่งหลังจากสร้างพระพุทธรูปแล้วพื้นที่ในอำเภอห้วยกระเจา ก็มีความเขียวขจีขึ้น สังเกตได้จากภูเขาซึ่ง ตั้งอยู่ด้านหลังองค์พระพุทธรูปจากเมื่อก่อนที่เคยแห้งแล้งก็เชียวขจีขึ้น
“พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์” สร้างโดยใช้วัสดุทองเหลืองหล่อรมควันเป็นแผ่น แล้วนำมาเชื่อมต่อ บนโครงเหล็ก มีความสูง 32 เมตร ส่วนฐานมีการยกพื้นสร้างประทักษิณเพื่อใช้ในพิธีทางศาสนา

โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนองค์พระ 2.ส่วนสาธารณประโยชน์ และ 3.ส่วนป่า สำหรับพื้นที่ปฏิบัติธรรม จะมีอาคารในพื้นที่ทั้งหมด 16 หลังufabet อย่างไรก็ตาม การสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ ต้องมั่นคงแข็งแรง เนื่องจากฐาน ใช้ฝ่าพระบาทรองรับน้ำหนัก จึงต้องทำให้แข็งแรงมากๆ

ซึ่งจะต่างจาก การสร้างเทพีเสรีภาพที่มีชุดคลุมมาถึงฐานเพื่อรองรับน้ำหนัก สำหรับประวัติ พระพุทธรูปคันธารราฐ สร้างขึ้นที่เมืองคันธาระ เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.363-383 และผู้สร้างคือ พระเจ้ามิลินทราช เป็นพระพุทธรูปในพระอิริยาบถยืน ทรงผ้าวัสสิกสาฎก (ผ้าอาบน้ำฝน) พระหัตถ์ขวายกขึ้น เป็นกิริยากวักอาหารแสดงขอฝน พระหัตถ์ซ้ายหงายรองรับน้ำฝน

สถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ

สถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ สันป่าเกี๊ยะเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวต้นดอกซากุระเมืองไทยหรือพญาเสือโคร่ง แต่เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างลำบากกว่าจุดชมวิวอื่นๆ เพราะถนนค่อนข้างแคบและชันแต่รับรองว่าตลอดเส้นทางมีต้นดอกพญาเสือโคร่งให้ได้ถ่ายรูปเพลินจนลืมความเหนื่อยเลยค่ะ

ทางไปค่อนข้างยากทีเดียว 20 กิโลเมตรufabetจากปากทาง เป็น 20 กิโลเมตรที่ค่อนข้างโหดหิน ทางเป็นดินแดงเราไปหลังฝนตกเสร็จพอดี ลื่นมากจ้า แต่พอขึ้นไปถึงก็คุ้มค่าอยู่นะ วิวสวยมากกก เห็นดอยหลวงเชียงดาวด้วยนะเออ ข้างบนมีที่พักให้ด้วยนะ แนะนำว่าถ้าขึ้นมาถึงขนาดนี้แล้วก็มาพักเถอะ ก่อนถึงจุดชมวิวจะเจอทางแยกสองทางทางขวาจะแยกไปโรงเรียนที่นั้นก็มีจุดชมวิวเช่นกันแต่ทางที่เราไปเป็นทางซ้าย

 

ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์

ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์  เดิมเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของบริษัทพร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ ซึ่งปิดไปเมื่อต้นปี พ.ศ. 2557 ต่อมากองพลทหารราบที่ 9 ได้นำพื้นที่กองถ่ายฯเดิม มาพัฒนาและปรับปรุงให้เป็นตลาดน้ำแบบย้อนยุค โดยเป็นการย้อนตำนานจากเมืองหน้าด่านในอดีตสู่ตลาดน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวของจังหวัดกาญจนบุรี ภายในมีร้านจำหน่ายอาหารและขนมพื้นบ้าน ร้านจำหน่ายสินค้า ร้านจำหน่ายของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้ง สตูดิโอถ่ายภาพชุดโบราณ ufaไว้บริการนักท่องเที่ยว อีกทั้งได้ส่งเสริมโครงการแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในหน่วยทหารค่ายสุรสีห์ให้เป็นที่รู้จักของประชาชน แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์มีการจำลองสถานที่ต่างๆ ทั้งเมืองหงสา กรุงศรีอยุธยา ชุมชนวัดนกของพระมหาเถรคันฉ่องในภาพยนตร์ฯ ให้บรรยากาศของวิถีไทยสมัยอยุธยา มีร้านค้ารูปแบบกระท่อม ที่สร้างขึ้นประกอบฉาก หอกลองกลางหมู่บ้าน ลานกิจกรรม มีทั้งร้านค้าบนบก และที่เป็นตลาดน้ำ

จุดชมวิวป้อมปี่

จุดชมวิวป้อมปี่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นชื่อเรียกที่เพี้ยนมาจากคำว่า “เปอปี่” ซึ่งเป็นภาษากระเหรี่ยง แปลว่า ต้นอ้อ ด้วยความที่สถานที่แห่งนี้ตั้งริมอ่างเก็บน้ำ ในอาณาเขตพื้นที่ของเขื่อนวชิราลงกรณ ทำให้มีดงอ้อขึ้นกระจัดกระจายริมฝั่งน้ำในหลายจุด จนกลายเป็นที่มาของชื่อเรียกดังกล่าว “จุดชมวิวป้อมปี่” พื้นที่โดยรอบถูกโอบล้อมไปด้วย สายน้ำ ขุนเขา และธรรมชาติสีเขียว ในช่วงฤดูน้ำลด จะเห็นก้านไม้โผล่พ้นผืนน้ำ เป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่แปลกตาอีกแบบหนึ่ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ นิยมเดินทางมาเที่ยวพักผ่อน กางเต็นท์ค้างแรม กันอย่างคับคั่งตลอดทั้งปี

ป้อมปี่ นับได้ว่าเป็นอ่างเก็บน้ำที่บรรยากาศดีมากๆ ครับ ยิ่งเป็นช่วงฤดูหนาวคงไม่ต้องพูดถึง
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักระหว่างทางไปสังขละบุรี ในราคาประหยัดสุดแสนสะดวกสบาย
ผมแนะนำที่นี่ครับ ป้อมปี่ ตอบโจทย์แน่นอน
แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

กาญจนบุรี ได้รับการขนานนามว่า เป็นแดนสวรรค์ตะวันตก พอเพื่อน ๆ อยากมาเที่ยวบ้านเรา ๆ จึงต้องพาไปดูสวรรค์ตะวันตกของจริงกันสักหน่อย ซึ่งจุดหมายปลายทางของเราเป็น สถานที่ ๆ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันตก สถานที่นั้นคือ “ป้อมปี่” นั่นเอง ไปแบบชิลล์ ชิลล์ เงินไม่ต้องพกไปเยอะ แต่เก็บเอาความสุขกลับมามาก มาก ก็พอ
ป้อมปี่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ประมาณ 2 กิโลเมตรufabet ด้านหนึ่งของ ป้อมปี่ ถูกโอบไว้ด้วยขุนเขาที่เขียวขจีไปด้วยพรรณไม้ ส่วนอีกด้านคือ ผืนน้ำอันนิ่งสงบของอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์
เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ กางเต็นท์พักแรมและทำกิจกรรมต่างๆอย่างเช่น เล่นน้ำ ดูนก ตกปลา พายเรือ นอกจากนี้ยังพบ เห็นนกบางชนิด เช่น นกเหงือก นกกระเต็นอกขาว เขียวก้านตองปีกฟ้า ฯลฯ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ สามารถเล่นน้ำ พายเรือ นั่งเรือชื่นชมความสวยงามของอ่างเก็บน้ำได้ นอกจากนี้ป้อมปี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมากอีก แห่งหนึ่ง มองเห็นพระอาทิตย์สีแดงส้มค่อยๆคล้อยต่ำลงแล้วหายไปในเนินเขาที่อยู่ห่างไกลออกไป

ชุมชนท่องเที่ยวบ้านพญาบังสา

ชุมชนท่องเที่ยวบ้านพญาบังสา เป็นกลุ่มที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในชุมชน โดยใช้กระบวนการของงานวิจัย (ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขาพญาบังสา) ได้รับกาสนับสนุนจาก กองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน เริ่มตั้งแต่ปี 2551 และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 30 กันยายน 2553 และได้มีการก่อสร้างที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวชุมชน ห้องประชุม โรงอาหาร จากการลงหุ้นของสมาชิก ภายในศูนย์ มีการจัดการองค์ความรู้ที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมการเรียนรู้การทำนาอินทรีย์ (Organic rice) กิจกรรมการเรียนรู้การผลิตแก๊สชีวภาพเพื่อใช้เอง กิจกรรมการเรียนรู้การผลิตปุ๋ยชีวภาพ และการทำน้ำหมักชีวภาพ (enzyme)ufa นอกจากนี้ยังได้มีการเชื่อมโยงฐานการเรียนรู้ของกลุ่มต่างๆ ที่มีอยู่ในตำบล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เกิดการกระจายรายได้ที่หลากหลายสู่กลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มรถสามล้อพ่วง กลุ่มแม่บ้านทำอาหาร และของฝากจากนาอินทรีย์ เป็นต้น โดยจำแนกฐานการเรียนรู้ด้านต่างๆดังนี้

ด้านวิถีชีวิต ภูมิปัญญา วัฒนธรรม
– เป็นการจัดการเรียนรู้โดยใช้โฮมสเตย์ของชาวบ้านในชุมชนเป็นฐานการจัดการเรียนรู้ ด้านประวัติศาสตร์ชุมชน , ตำนานเรื่องเล่า , การละเล่น เป็นต้น
– ใช้กลุ่มยานพาหนะ สามล้อพ่วงข้าง นำเที่ยววิถีชุมชน

ด้านการเกษตร
– ใช้ฐานการเรียนรู้ของกลุ่มเกษตรกร เช่น กลุ่มเลี้ยงแพะ แกะ , กลุ่มเลี้ยงปลา , เกษตรกรภูมิปัญญา, วิศวะกร ป.4 ผลิตเครื่องจักรใช้เองเพื่อผลิตข้าวกล้องจากนาอินทรีย์ , กลุ่มออมทรัพย์ที่ยั่งยืนบนวิถีพอเพียง เป็นต้น

ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
– ฐานการเรียนรู้ทางโบราณวัตถุ เช่น ถ้วยชาม และของใช้โบราณสมัยกรุงสุโขทัย เป็นต้น
– ชมถ้าพญาบังสา มีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับชุมชนดั่งเดิมของตำบลควนโพธิ์
– เส้นทางเดินป่าสุวังไม้ไผ่ ศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ ชมความงามหินงอกหินย้อยในบริเวณวังไม้ไผ่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกะทะ
– หอดูนก ที่หนองปลักพระยา ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองปลักพระยาและเขาระยาบังสา ศึกษาธรรมชาติของนกน้ำ , นกย้ายถิ่นข้ามทวีป หลายร้อยชนิด

จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขาพญาบังสา เป็นกลุ่มที่บูรณาการกับการเรียนรู้กลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในตำบลควนโพธิ์อย่างลงตัว ตามปรัชญา สร้างโอกาส พัฒนาคน ชุมชนเข้มแข็ง

เกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ห่างจากฝั่งท่าเรือปากบารา 62 กิโลเมตร อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดังรายล้อมเต็มไปด้วยป่าปะการังอันสมบูรณ์ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายขาวละเอียด น้ำใสสามารถมองเห็นปลาและปะการังได้จากผิวน้ำ

เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเต็มไปด้วยแนวปะการังมากมาย บนเกาะจะมีเรือคอยให้บริการเช่าเรือเพื่อท่องเที่ยวไปยังเกาะรอบๆ เกาะหลีเป๊ะ มีทั้งหมด หาดพัทยา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะหลีเป๊ะ เป็นหาดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปมากที่สุด และมีบรรยากาศครึกครื้นที่สุดหาดซันไรท์ อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะหลีเป๊ะ ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านชาวเล

หาดคาร์มา อยู่ทางตอนเหนือ ซึ่งหันหน้าเข้ากับเกาะอาดัง และหาดซันเซ็ท อยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งหันหน้าเข้ารับแสงของพระอาทิตย์ตกยามเย็นตามชื่อของหาด โดยแต่ละหาดสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้โดยใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาที ลักษณะของเกาะเป็นที่ราบ ส่วนที่เป็นภูเขามีเพียงเล็กน้อย เกาะนี้จึงมีผู้คนอาศัยกว่าหนึ่งพันคนเป็นชาวเกาะ ซึ่งในปัจจุบัน ได้มีการสร้างโรงแรมที่พักร้านค้า สถานบริการต่างๆมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการ ของการท่องเที่ยวufabet

ชื่อของเกาะหลีเป๊ะ หลีเป๊ะเป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำภาษามลายู “นิปิส” แปลว่า “บาง” มีความหมายเหมือนกับแผ่นกระดาษ หรือแบนเรียบ ตามลักษณะเกาะที่แบนๆไม่มีภูเขาสูงเลย ตัวเกาะมีลักษณะคล้ายกับรูปบูมเมอแรง มีทางเดินเชื่อมจากหน้าเกาะไปยังหลังเกาะได้ ระยะทางไม่ไกล และสามารถเดินเที่ยวหาดต่างๆรอบเกาะได้สบายๆ

แหล่งโบราณคดีบ้านโพนเมือง

แหล่งโบราณคดีบ้านโพนเมือง เป็นชุมชนที่ปรากฏชั้นดินที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยไม่น้อยกว่า ๓ ชั้นวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ พบภาชนะดินเผาโครงกระดูก และเนินศาสนสถาน ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะมีการนับถือพุทธศาสนา

แหล่งโบราณสถานบ้านโพนเมือง สภาพภูมิศาสตร์มีลักษณะเป็นเนินดินรูปร่างยาวรี มีขนาดประมาณ 300-400 เมตรufa เนินดินส่วนยอดอยู่สูงจากพื้นที่นาโดยรอบประมาณ 3.50 เมตร โบราณวัตถุที่สำรวจพบ ได้แก่ เศษภาชนะดินเผา ลูกปัดหินและแก้ว โบราณวัตถุทำจากทองเหลือง โครงกระดูกมนุษย์และเสมาหินทราย

ภูคำเดือย

ภูคำเดือย ปกคลุมด้วยป่าไม้เต็งรังและป่าไม้เบญจพรรณ มีสถานที่สำหรับชมทิวทัศน์ และถ้ำอันสวยงาม บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

ภูคำเดือย ห่างจากบ้านคำเดือย ประมาณ 3 กิโลเมตร ปกคลุมด้วยป่าไม้เต็งรังและป่าไม้เบญจพรรณ มีสถานที่สำหรับชมทิวทัศน์ และถ้ำอันสวยงาม บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

-ลานหินกว้างในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้บาน -ตามลานหิน เช่น ดุสิตา กระดุมเงิน กระดุมทอง เป็นต้น -ในบริเวณภูคำเดือยมีจุดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ถ้ำและเป็นอดีต -ฐานปฏิบัติการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ufabet เขต 444

วัดถ้ำตลอด

วัดถ้ำตลอด  ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ขนาดใหญ่ ผ่าผ่านทะลุออกไปอีกฟากหนึ่งของภูเขา บริเวณถ้ำมี 3 คูหา มีพระพุทธรูปเก่าแก่ สร้างด้วยไม้โบกปูนซีเมนต์ มีอายุหลายร้อยปีตามหลักฐานการจัดตั้งวัดแห่งนี้ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2219 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา นับตั้งแต่ พ.ศ. 2275 ufaเป็นที่เคารพนับถือของราษฎรโดยทั่วไป มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ปางไสยาสน์ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่มากมาย และยังมีรูปยักษ์ขนาดใหญ่ สูง 6 เมตร ยืนอยู่หน้าถ้ำ สำหรับบริเวณถ้ำมีอากาศร่มรื่นเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ