สวนตาลลุงถนอม เพชรบุรี

สวนตาลลุงถนอม เพชรบุรีสวนตาลลุงถนอม เพชรบุรี ตาล นับได้ว่าเป็นต้นไม้เครื่องหมาย ของ จังหวัดเพชบุรี ที่ นิยมนำมา
ปลูกตาล สำหรับ ทำน้ำตาล สดกัน อย่างจริงจัง จนกระทั่งเป็น สิ่งที่
ทำให้เกิด อาหารหวาน ที่นำผลิตผล จากน้ำตาล ตาลโตนดมาใช้ใน
ส่วนประกอบ ทำให้รส ของ อาหารหวาน เมือง เพชรมี ความหอม หวาน
เป็นเอกลักษณ์จนกระทั่งโด่งดัง

แต่ว่าถ้าเกิดกล่วถึงสวนตาลที่สวย เรียงราย เป็น ทิว บรรยากาศ ร่มรื่น เย็นสบาย มี แปล ญวนให้ นั่งพัก
ผ่อน นอนเล่น ภายใต้ร่มเงาของตาลสูงใหญ่ กระทั่งเปลี่ยนเป็น จด
ถ่ายรูปงาม จะต้องมาที่ สวนตาลคุณลุงถนอม แหล่งทำความเข้าใจ
ความคิด ตาลโตนด หรือ กรุ๊ปรักษา รวมทั้ง สืบต่อตาลโตนด ทั้งยังคุณ
ลุงถนอมยังเป็นผู้ริเริ่สำหรับในการปลูกตาล แล้วก็เป็นวิทยากร
เรื่อง ตาลอันเดียวของ จังหวัดเพชรบุ

สวนตาลลุงถนอม เพชรบุรี พื้นที่ของสวนตาล ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านลาดห่างจาก เมือง ไม่ ไกล นักแต่ว่าสวนตาล ตั้งอยู่ ใน
อำเภอ บ้านลาดห่างจากเมืองไม่ไกลนัก แต่ว่าทางเข้า ก่อนถึงสวน
จะ ลี้ลับ ผ่านหมู่บ้าน ถนนหนทางแคบ ซักหน่อยตามสไตล์ ของ ถนน
หนทางสาย บ้านนอก ขับขี่รถ ตามทางของ google ไป เรื่อย ไม่ต้อง สะดุ้ง เมื่อมาถึงจะมีถนนหนทางเล็กๆตัด เข้าไป ยัง
สวน ผ่าน แนว ของ ตาล ที่เรียงราย กัน อย่างงดงาม หยุด รถยนต์ ไว
รอบๆ ที่จอดรถ แล้วหลังจากนั้น ก็มาเดินเที่ยว ถ่ายรูป ดู สวนได้ตามที่
ใจต้องการ หรือจะแวะ ไปซื้อน้ำตาล สดถูกจุดขายสินค้แล้วมาเดิน
จิบเหมือน ร้อน ไป ด้วยก็ได้ ซื้อน้ำตาลสด ที่สวน 1 ขวด มีบริการน้ำ
แข็ง ใส่แก้ว ให้ทาน กัน โดย ไม่คิด เงิน เพิ่ม สวนตาล คุณลุงถนอมเกิด
มาจาก คุณลุงถนอม ผู้ครอบครองสวน กำเนิดแรงดลใจ ที่ต้องการ
รักษา สวนตาลไว้ให้อยู่คู่กับ เมืองเพชร ไป นานๆ ก็เลยเริ่มปลูก สวน
ตาลที่นี้มาครงเวลาร่วม 20 ปี กระทั่งเดี๋ยวนี้ สวนตาล คุณลุงถนอม
มีพื้นที่สูงถึง 10 ไร่ufa ค่อนข้างจะ กว้าง รวมทั้งร่มรื่น ช่วย คลายความ
รู้สึกร้อนจัดในตอนเวลาบ่ายได้อย่างดีเยี่ยมตาลที่แสนปกติเมื่อ เอา
มา ปลูกเรียงกันเป็น แนวจนถึงลำต้นสูงใหญ่ เปลี่ยนเป็น อุโมงค์ ตาล
ที่งดงาม รวมทั้งมุมถ่ายรูป ที่ถ่ยภาพ ออกมา แล้ว งามไม่ แพซุ้ม
ต้นไม้ที่แห่งไหน ยิ่งมีลำแสงจากพระอาทิตย์ส่องผ่านลงมาตาม
ช่อง แสงสว่าง ด้วย ยิ่ง เพิ่มความ มี มิติ รวมทั้ง งามมากขึ้น เดินเที่ยว
ถ่ายรูป ฟังเสียงนก เสียง ไม้ไป ด้วย บรรเทา แล้วก็เพลิดเพลินใจ ไม
น้อย เสมือนมา ท่องเที่ยว บ้าน พี่น้อง ในชนบท แล้วมาวิ่งเล่น
กึ่งกลางสวนราวนั้น

ก่อน กลับ อย่าลืม อุดหนุน สินคจากตาล ทั้งยัง ดวงตาล สด ของ
หวานตาลโตนดเนื่อนุ่มหอม น้ำตาลปีบ น้ำตาลสด ที่บอกเลยจะ
ต้อง ทดลอง เนื่องจากว่า รส อร่อยมาก หวาน พอดี ขวด ละ 50 บาท
แค่นั้ ธรมดาเป็นคน ไม่ ค่อยถูกใจทานน้ำตาล สดมากแค่ไหน แต
ว่ามา พบน้ำตาล สดที่สวนตาลคุณลุงถนอมไป ยอมเลย หอม อร่อย
ถึงกับ ซื้อ กลับไปอยู่บ้าน ไป 2 ขวด

วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมืองวัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงศ์ เป็น เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน ประวัติของวัดมิ่งเมือง คือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวิหาร ในราวปี 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่านสถาปนาวัด ใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี 2527ได้มีการรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็น แบบล้านนาร่วมสมัยแบบในปัจจุบัน

ลักษณะเด่นคือ ลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรบรรจงมาก เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน มีความวิจิตร งดงามมาก ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน และในบริเวณวัดยังเป็นที่ ประดิษฐานเสาหลักเมือง

ซึ่งอยู่ในศาลาจตุรมุข ด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลาย ลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

เสาหลักเมืองน่าน ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า “เสามิ่งเมือง” เดิมเป็น ไม้สักทองขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๓ ฟุต สูง ประมาณ ๓ เมตรufabet

ลักษณะเป็นเสาทรงกลมส่วนหัวเสาเกลาเป็น ดอกบัวตูมฝังไว้กับพื้นที่ดินโดยตรง ไม่มีศาลหรืออาคารครอบ แต่อย่างใด สันนิษฐานว่าอาจจะสร้างขึ้นในสมัยเจ้าอัตถวรปัญโญ เป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน เหตุเพราะแต่ก่อนมานั้นเมืองน่านไม่มีคติการสร้าง เสาหลักเมือง

ดอยม่อนเงาะ

ดอยม่อนเงาะดอยม่อนเงาะ ตั้งอยู่ บน ภูเขามอน เงาะ อำเภอ แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ความสูง 1,425
เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อยู่ห่าง จากศูนย์โครงการหลวง ม่อนเงาะ
โดยประมาณ 2 ก็โล เป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งสามารถ แลเห็น ยอด
ดอย ที่สลับและก็ลดหลั่น กันไป ไกลสุดตา นักเดินทาง จะ ได้ สัมผัส ธรรมชาติ
แล้วก็ความหนาวเย็น ดูดวงอาทิตย์ขึ้นรุ่งเช้าและก็ทะเลหมอกที่มี ความงาม
ทอด ยาว ตาม ซอกเขา ระยะทางหลายกม. โดยทางด้านทิศตะวันตกจะ มอง
เห็นภูเขาอินทนนท์ ต่อมา ทาง ด้าน ทิศเหนือจะ เป็น ภูเขาฟ้า คลุมปก รวมทั้ง ตอ
มา โดยประมาณ ด้าน ทิศตะวันออก จะ เป็น ภูเขาหลวง เชียงดาว ในเวลาเย็น
สามารถ ดู พระอาทิตย์ลับฟ้า รอบๆ จุดสำหรับชมวิว ภูเขามอน เงาะได้ ซึ่งเมื่อ
เทียบกับการไป ดู ทะเลหมอก งามๆ ยังจุดอื่นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเขามอน
เงาะ จัดว่าใกล้เมืองที่สุด

การเดินทาง จากที่พักบน ภูเขา ม่อน งาะ โดย พวกเรา เลือก ค้างแรม ที่ โครง
หลวง ดอยม่อนเงาะ ติดต่อ รถยนต์ ให้บริการ พาเที่ยว มารับ เวลา โดยประมาณ ตี
5.30 น. เพราะว่า จำต้อง ใช้เวลา เดินทางราว 30 นาที่ เพื่อทันตะวันขึ้น ใน รุ่ง
แจ้ง ทางไปยังจุดสำหรับเพื่อชมวิว ภูเขามอน งาะ รถยนต์ ทุกจำพวก สามารถ
ขึ้นไป ได้เว้นเสียแต่รถตู้ ทาง เป็น ทางราด ยางแคบและก็ มี ชั้นบ้าง ในบางช่วง
ทาง ในที่สุดก่อน ถึงจุดสำหรับชมวิว เป็น ทาง ดินแดง ซึ่ง บางที่ก็อาจจะทุกข์
ยากลำบากชักหน่อย สำหรับรถก่ง ซึ่ง จริงแล้ว ถ้าหากไม่ชำนาญ ทาง ไม่ เสนอ
แนะ ให้นำรถส่วนตัวขึ้นไป ควรจะใช้บริการรถยนต์นำทาง จะ เหมาะสมที่สุด
จุดสำหรับเพื่อชมวิว ภูเขามอนงาะ จะมี 2 จุด จุดแรก เป็นลานกางเต็นท์
ซึ่ง เป็น จุดดูตะวันขึ้น และก็ สามารถแลเห็นทะเลหมอก ได้แบบ สนิทสนม อีก
จุดหมายถึง จุดสำหรับเพื่อชมวิว สูงสุด จำเป็นต้อง เดินเท้า ขึ้นไปอีก 300 เมตร
ซึ่ง จะ มองไม่เห็นตะวันขึ้น เป็นมุมแบบพา โนรามาแลเห็น ทะเลหมอกสลับ
กับเทือกเขา ช้ ได้แบบกว้าง โดยส่วนมากจะ คอย ดู ควงอาทิตย์ขึ้น ที่จุด แรก
ก่อนหรือหลัง แล้วหลังจากนั้นค่อย เดินไปต่อยัง จุดสำหรับเพื่อชมวิวสูงสุด มา
ถึงก็ให้ดูดวงอาทิตย์ขึ้น ที่จุดสำหรับชมวิวจุดแรกก่อน จากที่จอดรถเดิน มา
อีกนิดนึง โดยประมาณ 100 เมตร มาถึงจุดสำหรับเพื่อชมวิวจุด แรก ราวๆ 6
ชม. ufabetกว่าเร็วมาก

มองดู ไปมองเห็น โรงเรื่อนแปลงผัก และก็หมู่บ้านอยู่ ไม่ ไกล จุดสำหรับชมวิว
ภูเขามอน เงาะ นับว่าเป็นจุดดู ทะเลหมอกที่ ตระการตา สามารถ พบเจอทะเล
หมอกงามๆ ได้อย่างงยๆ แถมตั้งอยู่ ไม่ ไกล จาก เมือง จังหวัดเชียงใหม่มาก
เท่าไรนัก ถนนมายัง จุดสำหรับเพื่อชมวิว ก็เป็นถนนหนทาง รา ด ยางแทบตลอด
ทาง
จุดสหรับชมวิว จุด แรก ด้วย ทิวทัศน์ ทะเลหมอก ที่ ทอด ยาว มีลักษณะ คล้าย
กับภูเขาชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย ทำให้ ภูเขามอน งาะได้รับการ ตั้งชื่อว่า เป็น
ภูเขาชี้ฟ้าที่ จังหวัดเชียงใหม่ เว้นแต่ ในช่วงฤดูหนาว แล้วในฤดูฝนก็มา
สามารถมาดูทะเลหมอก ได้เหมือนกัน
ภายหลังจาก ดวงอาทิตย์เริ่ม ส่องแรงขึ้น ถึงเวลา ที่จะต้อง เดินไป ยังจุดสำหรับ
เพื่อชมวิวที่ 2 ซึ่งเป็นเถิศภูเขา สูงสุด ระยะทางราวๆ 500 เมตร เดินผ่าน
ต้นไม้รวมทั้ง ชายป่า ไปเรื่อย เป็น ทาง ราบตลอด ทาง มีชัน บ้าง บางส่วน ใน ช่วง
สุดท้าย จุดสำหรับเพื่อชมวิว สูงสุดจะมีป้ยชื่อ ยอดดอยม่อน เงาะ อยู่ ด้วย

ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ กำแพงแสน

ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ กำแพงแสนดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ กำแพงแสน ซึ่งปีนี้ดูท่าจะฮอตกว่าทุกปี ก็ได้เวลาที่เจ้าดอกสีชมพูเริ่มบานอวดโฉมกันแล้ว โดยปกติดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ กำแพงแสน จะเริ่มบานในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี แต่ปีนี้มาให้เห็นกันช้าซักหน่อย แต่น่ะยังดีกว่าไม่มา ไปด้วยกันไม่พลาดนำภาพมาฝากกันเช่นเคย

จุดชมดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ยอดฮิตจะอยู่ด้านหลังถนนหลังมหาวิทยาลัยหรือถนนวัฒนาเสถียรสวัสดิ์ ใกล้กับโรงเรียนสาธิตเกษตร กำแพงแสน ถนนเส้นนี้มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ขึ้นเรียงรายกันเป็นร้อยต้น หลังจากขับรถเข้ามาในมหาวิทยาลัยแล้วตรงดิ่งมายังถนนด้านหลังจะเจออุโมงค์สีชมพูจุดแรกจอดรถตรงร้านสเต็กเฮาส์จากนั้นเดินออกมาถ่ายภาพ เห็นภาพแล้วแทบกรี๊ดบรรยากาศเหมือนกับซากุระที่ญี่ปุ่นยังไง ยังงั้น ปีนี้ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์มีสีขาวแซมมาเยอะ

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมาชมแนะนำถ้าไม่ช่วงเช้า ก็เป็นช่วงบ่ายประมาณบ่ายสี่โมงเป็นต้นไป เพราะกำลังได้บรรยากาศของแสงแดดอ่อนไม่แข็งจนเกินไปและอากาศไม่ร้อนมากufabet

ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บานเรียงรายอยู่ตามสองฝั่งถนนรวมถึงบริเวณสนามหญ้าด้านในซึ่งติดกับสระน้ำ เลือกเก็บภาพตามใจชอบ ช่วงนี้มีคนมาถ่ายภาพเยอะมาก โดยเฉพาะน้องนักศึกษาในชุดเครื่องแบบ

ตลาดอินโดจีน

ตลาดอินโดจีน เดิมชื่อ ตลาดท่าเรือ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย เป็นแหล่งรวมสินค้าเป็นแหล่งซื้อขายผลิตภัณฑ์จังหวัดหนองคาย เช่น อาหารพื้นเมือง สินค้าโอท๊อป ของที่ระลึก และของเครื่องใช้ต่าง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับเด็กมีเยอะมาก นอกจากนี้ริมถนนมีชัยใกล้กับตลาดท่าเสด็จ มีตึกแถวโบราณเรียงรายอยู่ บางอาคารยังอยู่ในสภาพดี ให้เดินชมและถ่ายภาพเล่นอีกด้วย

ในตลาดท่าเสด็จมีร้านขายกาแฟและอาหารเวียดนาม ชื่อ ร้านกาแฟเวียด ที่ตกแต่งแนวโบรณสไตล์เวียดนาม เมนูอาหารเน้นอาหารพื้นถิ่น และอาหารเวียดนาม ที่มีเมนูให้เลือกมากมาย และรสชาติดี

ภายในตลาดท่าเสด็จบางจุด และถนนมีชัยที่เลยจากตลาดท่าเสด็จมานิดนึงufabet มีตึกเก่าโบราณเรียงรายตลอดริม เป็นอาคารก่ออิฐถือปู ประดับลายปูนปั้นที่ขอบประตูหน้าต่าง และหัวเสา ลูกกรงระเบียงเป็นลายพรรณพฤกษา บางร้านก็นำมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก

เที่ยว ตลาดท่าเสด็จ ซื้อของฝากติดมือกลับบ้าน ทานอาหารอร่อย สัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ผ่านตึกโบราณ เป็นจุดเช็คอินท่องเที่ยวของหนองคาย แหล่งช้อป กิน เที่ยว ที่พัก ครบ

ทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงาม

ทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงาม ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอ เทพสถิต จ.ชัยภูมิ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับทุ่งบัวสวรรค์หรือ ดอกกระเจียวราชินีแห่งมวลไม้ออกดอกสีชมพูอมม่วง ที่จะทยอยผลิบานเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม  ถือเป็นไฮไลต์ท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน  ด้วยความงดงามตระการตาของ ดอกสีชมพูอมม่วงขึ้นเต็มทั่วผืนป่า

เมื่อมาถึงที่ทำการอุทยานฯ จะมีรถรางนำเที่ยวไปยังจุดต่างๆufa  จุดแรก จุดชมวิวสุดแผ่นดินอยู่ห่าง จุดสูงสุดของ อช. ป่าหินงาม เบื้องหน้าเป็นทิวเขาและ ผืนป่า ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซับลังกาและ ทางขวามือเป็นพื้นที่ของจ. เพชรบูรณ์ สิ่งที่ดูพิเศษสุดของจุดชมวิว แห่งนี คือ ลักษณะของ ผาหินที่ยื่นออกไปในอากาศ คล้ายกับจุดชมวิว ผาหำหด แต่มีขนาดใหญ่กว่าเมื่อขึ้น ไปยืน บนหน้าผาจะมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้กว้างไกล

จากนั้นเดินเท้าประมาณ 350 เมตร ไปต่อยังทุ่งดอกกระเจียวในช่วงแรกเป็นทางดิน เดินต่อไปไม่ไกล จะมีทางเดินทอดยาวสำหรับเดินชมทุ่งดอกกระเจียว การเดินทางมาชมทุ่งดอกกระเจียวที่สวยงามที่สุด คือ ในช่วงเช้าที่มีสายหมอกบางๆ ปกคลุม แต่ถ้าหากมาในช่วง บ่ายที่ฝนเพิ่ง ตกใหม่ๆ ก็จะเจอบรรยากาศแบบนี้ได้เช่นกัน

จากนั้นรถรางจะพาไปยังลานหินหน่อ ต่อด้วยลานหินงาม เป็นที่มาของชื่อ ป่าหินงามมีสภาพเป็นลานหินกว้างครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ล้อมรอบด้วยแนวป่าเต็งรัง บริเวณลานหินเต็ม ไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ รูปทรงแปลกตา เช่น รูปสัตว์ ปราสาทโบราณ หินรูปถ้วย รางวัล ฟุตบอลฟีฟ่า รูปดอกเห็ดฯลฯ ซึ่งกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำมานานนับล้านปี

ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เข้าเที่ยวชมได้ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.  จะต้องนั่งรถรางเข้าไปยังทุ่งดอกกระเจียว (ค่ารถรางผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็ก 20 บาท)  การเข้าเที่ยวชม คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

ภูลมโล

ภูลมโล ตั้งอยู่ในตำบลกกสะทอน  อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ภูลมโลเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย สิ่งที่ทำให้ภูลมโลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในเวลานี้ คือ เป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่มีพื้นที่กว้างขวางนับ 1000 ไร่  นางพญาเสือโคร่งของภูลมโลจะไม่ได้มีให้ชมเพียงจุดเดียว แต่จะกระจายมีให้ชมในหลายจุดโดยจะบานแทรกตัว อยู่ในหุบเขา ป่าไม้และต้นหญ้า ภูลมโลเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติ ที่สวยงามของขุนเขาและอากาศที่หนาวเย็นโดยนางพญาเสือโคร่งจะบานใน ช่วงกลางเดือน ม.ค. ของทุกปี ufaทั้งนี้ในแต่ละปีจะบานไม่ตรงกันก่อนเดินทางต้องเช็คข้อมูลอีกครั้ง

นอกจากชมนางพญาเสือโคร่งแล้ว พื้นที่ของภูลมโลมีสามารถยืนชมทัศนียภาพของเทือกเขาสูงซ้อนทับกันสวยงามมาก จุดกางเต้นท์มองเห็นหมู่บ้านหมันขาว และไร่กระหล่ำปลีสีเขียวกว้างใหญ่  สามารถดูดาวบนฟ้าและดาวบนดินแสงไฟจากหมู่บ้านข้างล่างได้อย่าง ชัดเจนนอกจากนี้ก่อนถึงจุดกางเต้นท์มีจุดชม วิวสุงสุดให้ได้ชมทัศนียภาพได้กว้างไกลยิ่งขึ้น สำหรับบนยอดสูงสุดภูลมโลนั้นมีทางเดิน เขาขึ้นไปประมาณ 1 กม. ทางค่อนข้างชัน บนจุดชมวิวมีชะง่อน หินเล็กๆเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนจุดชมพระอาทิตย์ตกอยู่บนเส้นทางเดินขึ้น ซึ่งเมื่อมองลงมาเบื้องล่างจะพบกับทิวทัศน์ความงดงามของแนวยอดภูลมโล และเทือกเขาอื่นๆ หรือหากใครไม่ขึ้นไป บนจุดชมวิวสูงสุดก็สามารถชมวิวอยู่ตรงทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวก็ได้ซึ่งก็สวยงดงามเช่นกัน

เส้นทางขึ้นภูลมโลเป็นเส้นทางเป็นดินแดงมีหลุมร่องเป็นระยะไม่ควรใช้รถเก๋งขึ้นไป ต้องใช้รถกระบะหรือรถขับเคลื่อน 4 เท่านั้น ควรเตรียมผ้ากันฝุ่นให้ พร้อมเพราะฝุ่นเยอะการขึ้นภูลมโลในเส้นทางที่ใกล้ที่สุด คือ ทางบ้านร่องกล้า จ.พิษณุโลก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทาง ขึ้นภูลมโลแบบไปเช้าเย็นกลับ ขึ้นทางบ้านร่องกล้าเส้นทางจะใกล้และค่ารถถูกกว่าใช้เวลาเพียง 45 นาที สามารถติดต่อรถนำเที่ยวได้ที่ กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านร่องกล้าด้านหน้าหมู่บ้าน ตรงหลักกิโลใหญ่ มีรถออกตลอดโดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ตี 5 ไปจนถึงเย็น ราคา 800-1200 บาทต่อคัน โดยใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 2-4 ชั่วโมง แล้วแต่ว่าจะถ่ายภาพแต่ละจุดนานขนาดไหน โปรแกรมการเดิน ทางคือ นำชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดภูลมโล จากนั้นชมพญาเสือโคร่งยังแปลงต่างๆที่บาน ขากลับแวะทุ่งดอกกระดษ ตรงทางขึ้น ภูลมโล

สะพานชลมารควิถี

สะพานชลมารควิถี หรือสะพานเลียบชายทะเลชลบุรี  อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในตัวเมืองไม่ไกลจากชายหาดบางแสนและเขาสามมุก เป็นสะพานเลียบชายทะเลที่มีระยะทางหลายกิโลเมตร ทอดยาวจากถนนสุขุมวิทจนถึงวัดเขาบางทราย ขณะขับรถจะได้เห็นตัวสะพานที่ทอดยาวโค้งขนานไปกับท้องทะเล สามารถมองวิวของทะเลที่สวยงามขนาบข้าง ในยามที่น้ำทะเลแห้งขอดมองเห็นริ้วทรายสลับกับน้ำทะเล ภาพของกระชังปลากลางทะเล ตั้งเรียงรายกันเหมือนภาพวาด  โดยเฉพาะในยามเย็นสามารถชมบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย บนสะพานมีจุดจอดรถสำหรับชมวิวทิวทัศน์ มีลมพัดเย็นสบาย รวมทั้งมีร้านขายเครื่องดื่ม อาหาร เป็นลักษณะ truck food ufaสามารถซื้อทาน นั่งชิว ชมวิว เดินเล่นถ่ายภาพบนสะพานไปด้วย

สะพานชลมารควิถี   เป็นสะพานเลียบชายฝั่งทะเลชลบุรี ระยะทางรวม 17 กม.  แต่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (สผ.) เมื่อปี 2556 ให้ก่อสร้างได้ 7 กม.

ถูกออกแบบก่อสร้างมีทั้งงานถนนและสะพาน ขนาด 4 ช่องจราจร แบ่งสร้าง 5 ช่วง ปัจจุบันสร้างเสร็จเปิดใช้แล้ว

มีช่วงที่ 1 จากศาลารวมใจชนไปถึงโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ยาว 1,880 เมตร เปิดใช้วันที่ 14 ก.ย. 2560

ช่วงที่ 3 งานสะพานเลียบชายทะเล จากเทศบาลตำบลบางทราย ถึง ซ.บางทราย 83 ยาว 980 เมตร เปิดใช้วันที่ 16 พ.ย. 2559 ช่วงที่ 4 และ 5 จากศาลารวมใจชนถึง ถ.คลองสังเขป ยาว 2,400 เมตร เหลือช่วงที่ 2 จากโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ถึงถนนหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ยาว 1,600 เมตร  ตามแผนกรมโยธาฯ จะเริ่มก่อสร้างในเดือน เม.ย. 2561 แล้วเสร็จ 2563

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา เป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในเมืองสงขลา  ตรงข้ามกำแพงเมืองจังหวัดสงขลา เป็นโบราณสถาน ของชาติ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีน อายุกว่า 100 ปี

ภายในจัดแสดงศิลปวัตถุที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้และของประเทศไทย  อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป สร้างเป็นตึกก่ออิฐ สอปูน 2 ชั้น บ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันตก หันหน้าสู่ทะเลสาบสงขลา

ลักษณะตัวบ้านยกสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร ปลูกเป็น เรือนหมู่ 4 หลังufabet เชื่อมติดกันด้วยระเบียงทางเดิน มีบันไดขึ้น 2 ทาง คือด้านหน้าและตรงกลาง ลานด้านใน กลางบ้านเป็นลานเปิดโล่ง สำหรับปลูกต้นไม้หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ด้านหน้าอาคารมีสนามและมีอาคารโถงขนาบสองข้าง ด้านหลังมีสนามเช่นเดียวกัน

พื้นที่โดยรอบอาคารเป็นสนามหญ้าและสวนมีกำแพงโค้งแบบจีนล้อมรอบ อาคารชั้นบน ห้องยาวด้านหลัง มีบานประตูลักษณะเป็นบานเฟี้ยม แกะสลักโปร่งเป็นลวดลายเล่าเรื่องในวรรณคดีจีน สลับลายพันธุ์พฤกษา หรือลายมังกรดั้นเมฆ เชิงไข่มุกไฟ ส่วนหัวเสาชั้นบนของอาคารมีภาพเขียนสีเป็นภาพเทพเจ้าจีน หรือลายพฤกษา

ภายในห้องตรงขื่อหลังคา จะมีเครื่องหมายหยินหยาง โป้ยป้อ หรือ ปากั้ว เพื่อป้องกันภยันตรายต่าง ๆ ตามคตินิยมของชาวจีน หลังคามุงกระเบื้องสองชั้นฉาบปูนเป็นลอน สันหลังคาโค้ง ปลายทั้งสองด้านเชิดสูงคล้ายปั้นลมของเรือนไทย ภายนอกอาคาร บริเวณผนังใต้จั่วหลังคา มีภาพประติมากรรมนูนต่ำสลับลาย ภาพเขียนสี เป็นรูปเทพเจ้าจีนและลายพันธุ์พฤกษา

เขาแหลมหญ้า

เขาแหลมหญ้า เป็นภูเขาเตี้ยๆ ติดทะเล ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด และเป็นจุดกางเต็นท์สำหรับคนที่ชื่นชอบแนวแคมปิ้งแบบใกล้ชิดกับธรรมชาติ เขาแหลมหญ้า อยู่ในเส้นทางเดียวกับหาดแม่รำพึง คือ ใกล้กันมาก หากขับรถมาตามเส้นทางเรียบหาดก็จะถึงหาดแม่รำพึงก่อน จากนั้นไม่กี่นาทีก็จะถึงเขาแหลมหญ้า  เรียกได้ว่ามาเที่ยวแล้วก็แวะไปพักผ่อนที่หาดแม่รำพึงและทานอาหารทะเลแสนอร่อยกันต่อได้ เมื่อมาถึงทางเข้าชำระค่าเข้าชมตามอัตราค่าบริการของอุทยาน จากนั้นขับรถไปจนสุดทางก็จะเจอลานจอดรถและพื้นที่ท่องเที่ยวเขาแหลมหญ้า

ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเขาแหลมหญ้า  คือ เดินไปถ่ายภาพสุดชิคกับกับหอคอยสีขาวริมทะเล ufabetซึ่งตรงจุดนี้เราจะได้เห็นวิวสีฟ้าของท้องทะเลแบกว้างไกลสุดตา พร้อมลมทะเลที่พัดเย็นสบายเข้ามาตลอด ตรงข้ามกันที่เห็นเป็นเกาะนั่น คือ เกาะเสม็ดนั่นเอง