วัดอารียาบาล (Aryapala Temple)

วัดอารียาบาล (Aryapala Temple)  ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติกอร์คเทเรลจ์  สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1998 – 2004 สถาปัตยกรรมแบบทิเบต ระหว่างทางเดินมีแผ่นป้ายไม้สีเขียว ที่อธิบายคำสอนในศาสนาพุทธ ทั้งภาษาธิเบตและภาษาอังกฤษควบคู่กัน เรียงรายอยู่ตลอดข้างทาง จำนวน 72 แผ่น

ส่วนด้านหน้าศาลาไม้สีเหลือง จะพบกับแท่นหินศิลาที่มีรูปปั้นเต่าอยู่ด้านบน ภายในศาลาไม้สีเหลืองเป็นที่ตั้งของกงล้ออธิษฐาน หรือกงล้อมนตรา (The great player wheel of kanguyer) สีแดงขนาดใหญ่ รูปทรงกระบอกหมุนได้ ที่ด้านข้างสลักตัวอักษรที่เป็นมนตราศักดิ์สิทธิ์ เป็นคำว่า ” โอม มณี ปัทเม ฮัม ” ในภาษาธิเบตโบราณ มีความเชื่อว่าผู้ใดที่สวดมนต์ และหมุนกงล้ออธิษฐานไปพร้อม ๆ กันนั้น 1 รอบ ด้วยศรัทธาที่แน่วแน่จะเท่ากับสวดมนต์ 108 จบ ที่เป็นการบำเพ็ญบุญกุศล ชำระบาปกรรมด้วยกรรมดี

ก่อนถึงวัดอารียาบาล จบพบกับบันไดจำนวน 108 ขั้น ภายวัดมีห้องโถงขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยผ้าทังก้าสีสันสวยงาม โดดเด่นด้วยองค์พระพุทธรูปสีทองที่ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง อ่านต่อ

เมืองคาราโครัม (Kharakhorum)

เมืองคาราโครัม หรือเคอร์คอริน (Kharkhorin) เมืองหลวงโบราณของอาณาจักรมองโกล สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1220 โดยเจงกิสข่าน ตั้งอยู่ในหุบเขาโอคอนวัลเลย์ ตอนกลางของมองโกเลีย มีความอุดมสมบูรณณ์ทั้งภูแขา แม่น้ำ น้ำตก จนกลายเป็นจุดศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญบนเส้นทางสายไหม (Silk Road) ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมระหว่างโลกตะวันออก และโลกตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน

เพราะมีหลักการปกครองเมืองให้อิสระต่อความเชื่อทางศาสนา ทำให้มุสลิม เอเชียตะวันออก และยุโรป เข้ามาติดต่อสื่อสารทำการค้าขายระหว่างกันได้อย่างเสรี เปิดกว้างมากๆ ซึ่งในอดีตนักเดินทาง นักประวัติศาสตร์ พ่อค้า ผู้คนจากชาติต่างๆ จะสัญจรผ่านเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้ จนทำให้เมืองคาราโครัมส่วนหนึ่งของมรดกโลกหุบเขาโอคอนวัลเลย์

โอโตไก ข่าน (Ogodei) ลูกชายของเจงกีสข่าน ได้สร้างเมืองหลวงคาราโครัมเสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ. 1235 หลังจากที่เจงกิสข่านได้เสียชีวิตไปแล้ว  คาราโครัมได้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงตั้งแต่ ค.ศ. 1235 – ค.ศ. 1260 ระยะเวลา 40 ปี

ภายนอกกำแพงเมืองจะพบเต่าหินแกะสลักขนาดใหญ่ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอาณาเขตของเมือง หินคาร์คอริน (Kharkhorin Rock) ขนาดใหญ่มีความยาว 24 นิ้ว บริเวณกำแพงเมืองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีความยาวด้านละ 400 เมตร ตั้งอยู่ที่ประตูทางเข้าทุกด้าน ระหว่างกำแพงสร้างสถูปเจดีย์แบบทิเบตจำนวน 108 แห่ง อ่านต่อ

จัตุรัสซัคบาทาร์ (Sukhbaatar Square)

จัตุรัสซัคบาทาร์ หรือที่รู้จักในอดีตว่า เจงกีส สแควร์ (Genghis Square) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1946 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอูลันบาตาร์ เป็นลานกว้างไว้สำหรับจัดกิจกรรมงานเฉลิมฉลองเอกราช เดินเล่นพักผ่อนยามเย็น บริเวณรอบๆ เต็มไปด้วยสถานที่ทางราชการ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

เช่น อาคารรัฐสภา พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติ โรงละครแห่งชาติ ตลาดหลักทรัพย์ ตึกเรือใบสูงที่สุดในมองโกเลีย และห้างสรรพสินค้า Tower State department store

เริ่มกันที่อนุสาวรีย์แดมดิน ชุคบาตาร์ ตั้งอยู่ตรงกลางจัตุรัสซัคบาทาร์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 2006 ด้วยทองสัมฤทธิ์ เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 800 ปี

การก่อตั้งจักรวรรดิมองโกเลีย  เพื่อเป็นเกียรติและระลึกถึง แดมดิน ชุคบาตาร์ ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนมองโกเลีย ผู้นำการปฏิวัติประกาศอิสรภาพจากการยึดครองของจีนสมัยราชวงศ์ชิง ที่ฐานอนุสาวรีย์ได้สลักคำพูดของแดมดิน ชุคบาตาร์ ว่า “ถ้าพวกเราทุกคนร่วมมือกัน มีความพยายามเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้ ไม่มีอะไรที่จะ อ่านต่อ

ป่าอเมซอน (Amazon Jungle)

ป่าอเมซอน ป่าอเมซอนเป็นป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ กินเนื้อที่กว้างถึง 2 ใน 5 หรือ 40% ของทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่ประมาณ 1.4 พันล้านเอเคอร์ ครอบคลุมพื้นที่ของ 9 ประเทศ ได้แก่ บราซิล โบลิเวีย เปรู โคลัมเบีย เวเนซุเอลา กายอานา ซูรินาม เฟรนช์เกียนา และครอบคลุมประมาณครึ่งนึงของประเทศเอกวาดอร์เลย

มีแม่น้ำที่คดเคี้ยวยาว 4,100 ไมล์ และป่าลุ่มน้ำอเมซอน 2.6 ล้านตารางไมล์ โดยต้นกำเนิดของแม่น้ำอเมซอนมาจากเทือกเขาแอนดีส (Andes Mountains) ในประเทศเปรู ไหลจากตะวันตกไปยังตะวันออก ผ่านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติกทางตอนเหนือของบราซิล

เป็นที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ที่สุด เปรียบเสมือนปอดของโลก เป็นแหล่งรวมพืชพันธุ์นานาชนิด มีต้นไม้กว่า 390 พันล้านต้น! และมีพันธุ์ไม้ประมาณ 16,000 ชนิด ที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาลเอาไว้ไม่ให้หลุดออกไปสู่ชั้นบรรยากาศโลก และยังผลิตออกซิเจนถึง 22% ให้แก่ชาวโลกด้วยค่า

นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มากมาย และเลื่องลือเรื่องสัตว์ป่าอันตราย มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ 30% สัตว์ที่สามารถพบได้ในป่าและทะเลสาบของเอกวาดอร์

เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าอเมซอนจนกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เพราะเป็นไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 7 ปี ไหม้ไปกว่าแสนจุด ได้รับความเสียหายหลายล้านตารางกิโลเมตรเลยค่ะ กลุ่มควันไฟสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ ส่งผลกระทบทั้งป่าไม้ สัตว์ต่างๆ และคน

ระบบนิเวศทั้งทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และสภาพภูมิอากาศของโลก แหล่งผลิตออกซิเจนที่เปรียบเสมือนปอดของโลกได้สูญหายไป ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยในอากาศจะสูงขึ้น ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกและสภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นแบบไม่มีจุดสิ้นสุด อ่านต่อ

น้ำตกเต๋อเทียน (Detian Waterfall)

น้ำตกเต๋อเทียน (Detian Waterfall) เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นน้ำตกข้ามชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

น้ำตกเต๋อเทียนตั้งอยู่ในเขตปกครองต้าซิน (Daxin County) เมืองฉงจั่ว (Chongzuo City) เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (Guangxi Zhuang) นี่เอง ตั้งอยู่ที่ทางต้นน้ำของแม่น้ำกุยชุนเหอ (Guichunhe River) ในต้าซิน ประมาณ 50 เมตรจากเขตแดนที่ 53 ระหว่างจีนและเวียดนาม

โดยแม่น้ำกุยชุนเหอเป็นแม่น้ำสายย่อยของแม่น้ำจั่วเจียง (Zuojiang River) และเป็นแม่น้ำที่แบ่งเขตแดนระหว่างจีน และเวียดนามอีกด้วยนะจ๊ะ ความไฮโซของแม่น้ำเต๋อเทียนคือ มีความกว้างถึง 200 เมตร ลึกมากกว่า 60 เมตร และสูงถึง 70 เมตร การไหลเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไม่ต้องบรรยายมาก บอกคำเดียวว่า สวยสุดๆ

น้ำตกเต๋อเทียนมีความกว้างกว่า 200 เมตร และสูงกว่า 70 เมตร โดยมันจะตกลงมาอย่างแร้งงงส์ ผ่านหน้าผาถึงสามชั้น เวลากระแสน้ำตกลงมาดูแล้ว ให้อารมณ์น่าเกรงขามสุดๆ

วิวที่นี่ในแต่ละฤดูก็เริ่ดเลอกันคนละแบบนะ หากมาช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเห็นวิวสีแดงสะพรั่งของต้นนุ่น (Kapok Tree) ที่ล้อมรอบบริเวณน้ำตก และเชื่อว่ามันสื่อถึงการประสบความสำเร็จอีกด้วยนะจ๊ะ หรือหากมาช่วงฤดูใบไม้ร่วงจากต้นไม้สีแดงก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองจร้า เป็นภาพประทับใจมว๊ากกกๆ หากมาช่วงฤดูร้อนก็จะเห็นเป็นภาพน้ำตกปริมาณมหาศาลไหลทะลักลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกให้ฟีลบับอิสระ ปลดปล่อย

ส่วนถ้ามาในฤดูหนาวกลับกันนะจ๊ะ น้ำตกจะดูใส๊ใสไหลแบบช้าๆ สงบ ผ่อนคลาย เบาสบาย ฟินไม่รู้จบจิงๆ อย่างนี้สิที่เค้าเรียกว่าผลงานสร้างสรรค์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง

ความงามของที่นี่ นอกจากเปลี่ยนแปลงตามฤดูแล้ว ในแต่ละช่วงเวลาในหนึ่งวันของเค้าก็ไม่เหมือนกันด้วยนะ อย่างเช่นตอนเช้าน้ำตกจะเป็นสีเงิน และจะกระทบกันหุบเขาเกิดเป็นละอองน้ำจำนวนมาก มองดูคล้ายกับหมอกบนภูเขา และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก แสงของพระอาทิตย์ก็จะกระทบกับหมอกเกิดเป็นแบ็กกราวด์สายรุ้งให้เห็นดีงามจริงๆ บรรยากาศตอนเที่ยงจะมีพระอาทิตย์ส่องสว่างเต็มที่ อ่านต่อ

ปราสาทบูดา (Buda Castle)

ปราสาทบูดา (Buda Castle) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของกรุงบูดาเปสต์ (Budapest) มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 8 ศตวรรษ

เป็นปราสาทที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องตะลึงถึงความใหญ่โตมโหฬาร ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้สามารถมองเห็นได้ง่าย ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 12 เพื่อป้องกันการถูกรุกรานจากเหล่าศัตรู แต่หลังจากนั้น ปราสาทแห่งนี้ยังโดนทำลายลงและผลัดเปลี่ยนผู้ยึดครองอยู่หลายครั้ง จึงทำให้มีการบูรณะสร้างขึ้นใหม่อยู่เรื่อยๆ

ในปัจจุบันปราสาทบูดามีความยาวกว่า 300 เมตร บริเวณปีกของปราสาทเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฮังการี (Hungarian National Gallery) และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์บูดาเปสต์ (Budapest History Museum)

ด้านหน้าของปราสาทบูดา เราจะมองเห็นแม่น้ำดานูบ (Danube River) และสะพานเชน (Chain Bridge) ขนาดใหญ่ ในยามค่ำคืน เมืองแห่งนี้จะส่องประกายระยิบระยับไปด้วยแสงไฟอันมากมาย เกิดเป็นเงาสะท้อนบนผืนน้ำ

เป็นภาพที่สวยงามเกินบรรยายที่ทุกคนจะต้องไม่พลาดชม ด้วยความน่าหลงใหลและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้ปราสาทบูดาได้ รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก (UNESCO World Heritage) อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติคอร์นาติ (Kornati National Park)

อุทยานแห่งชาติคอร์นาติ ตั้งอยู่บนเนินเขาเกาะคอร์นาติ (Kornati Island) ถูกค้นพบว่ามีการตั้งถิ่นฐาน และการป้องกันจากมนุษย์ยุคหินใหม่ ได้สรุปว่าชาวลิเบียนเคยอาศัยอยู่ในหมู่เกาะช่วงยุคเหล็กและชาวโรมันเข้ามาอาศัยต่อ

อุทยานแห่งชาติคอร์นาติถูกเรียกว่า “สวรรค์แห่งทะเล” ตามสื่อการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาตินี้เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคอร์นาติ ที่ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ ในเขตเกาะคอร์นาติ 140 เกาะ เป็นระยะ 300 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นหมู่เกาะหินโดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ระหว่างซีเบนิกและซาดาร์เป็นหมู่เกาะที่งดงามไม่มีผู้คนอยู่อาศัย

เกาะที่ใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า คอร์นาท (Kornat) บนเกาะแห่งนี้มีการตั้งรกรากถิ่นฐาน แม้ว่าจะไม่มีคนอาศัยอยู่โดยถาวร แต่จะมีบ้าน 2-3 หลังให้เช่า มีร้านอาหารสองแห่งเปิดเฉพาะในช่วงฤดูร้อน แต่บอกไว้ก่อนว่าที่พักเป็นเพียงที่พักธรรมดาไม่หรูหรา เหมาะสำหรับคนที่หนีความวุ่นวายมาเพื่อใช้ชีวิตเรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติที่เลอค่ากว่าวัตถุที่สร้างขึ้น ใครติดหรูไม่แนะนำ

วิธีเดินทางไปอุทยานแห่งชาติคอร์นาติ จำเป็นต้องเดินทางด้วยเรือเพียงอย่างเดียว เราสามารถไปใช้บริการเรือขนส่งของคนเรือท้องถิ่น หรือตัวแทนท่องเที่ยวได้ที่เกาะ เมอร์เทอร์ (Murter) เป็นตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของชายฝั่งดัลเมเชี่ยน อ่านต่อ

จางเจียเจี้ยแกรนด์แคนยอน ( Zhangjiajie Grand Canyon)

จางเจียเจี้ยแกรนด์แคนยอน ( Zhangjiajie Grand Canyon) ตั้งอยู่ในเขตฉือลี่ (Cili County) ในเมืองจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) มณฑลหูหนาน (Hunan Province) ที่นี่ได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ประกอบไปด้วยภูเขา ลำน้ำ ถ้ำ หน้าผา และป่า เรียกว่าครบรสเลยทีเดียว ที่นี่มีพื้นที่ 60 ตารางกิโลเมตร ใกล้เมืองอู่หลิงหยวน (Wulingyuan Scenic Area) แหล่งท่องเที่ยวหลักในเมืองจางเจียเจี้ย ซึ่งกินพื้นที่ราวๆ 370 ตารางกิโลเมตร ด้วยความปังของจางเจียเจี้ยแกรนด์แคนยอน จึงกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตในเมืองจางเจียเจี้ยนั่นเองจร้า

นอกจากจะฟินเฟร่ออกับวิวสวยกริบของ จางเจียเจี้ยแกรนด์แคนยอน แล้ว ที่นี่ยังมีกิมมิคมากมายให้ได้ลั้ลลา ไม่เสียเวลาพาเที่ยวกันเลย เริ่มที่หนึ่ง เส้นฟ้า (One Line Sky) ก่อนที่จะเข้าไปถึงจางเจียเจี้ยแกรนด์แคนยอนตรงใกล้ประตูทางเข้าจะเป็นเส้นทางยาวกว่า 700 เมตร ซึ่งโอบล้อมไปด้วยหน้าผาสูงราวๆ 300 เมตร พอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็จะรู้สึกตามชื่อเลยจร้า เพราะจะเห็นท้องฟ้าเหมือนเป็นเส้นขนาดเล็กอยู่ด้านบน

ต่อกันที่บันไดสวรรค์ (The Sky Ladder) ฟังชื่อก็พอเดากันได้ว่ากำลังจะพาขึ้นที่สูงอีกล๊าวว มันเป็นบันไดไม้ตามผาสูงชันและสันเขา ทอดยาวตั้งแต่ยอดเขาสูงลงมาเลย พอให้ได้ออกกำลังกัน

จุดต่อมาเป็นรูปถ่ายครอบครัว (The Family Portrait) แค่ได้ยินชื่อก็ตั้ลล้ากกกอ่ะ เป็นวิวของยอดหินสามยอดที่มีความสูงแตกต่างกัน คล้ายภาพถ่ายครอบครัวที่มีพ่อที่สูงที่สุด รองมาเป็นแม่ และหินที่เล็กที่สุดก็เป็นลูก มุ้งมิ้งสุดๆ ส่งเสริมสถาบันครอบครัวกันได้อีกก

สวิตช์อารมณ์กันเล็กน้อยด้วย ถ้ำโจร (Bandits’ Cave) ถ้ำที่เกิดจากว่าแต่ก่อนมักมีโจรหลบมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ตำรวจท้องถิ่นเองก็พยาย๊ามพยายามจะจับโจรให้ได้ แต่ด้วยความที่ถ้ำนั้นซ่อนอยู่ในภูเขา ง่ายต่อการซ่อนตัวเป็นที่ซู้ดด สุดท้ายโปลิศก็จับโจรไม่ได้ซักกะที เหลือแต่ตำนานมาตั้งเป็นชื่อถ้ำกันนี่แหล่ะจร้า

มาที่ฟีลแบบเฮฮาปาจิงโกะกันบ้างที่ ทางสไลด์ (Slide Way) ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่แน่นอน เพราะมันเป็นทางสไลด์ที่ทำจากหินแกรนิตเรียบยาวกว่า 600 เมตรให้ได้สไลด์กันยาวๆ ไป ตั้งแต่ยอดเขาลงไปกันเล้ยย เป็นจุดที่สามารถชมวิวธรรมชาติสองข้างทางแต่ก็สนุกสนานกับการค่อยๆ ลื่นไถลลงไปด้านล่างชนคนช้างหน้า ชนคนข้างหลัง ครึกครื้นกัน

และสุดยอดดดไฮไลท์สะพานที่ยาวที่สุด และสูงที่สุดในโลก (The World Longest & Highest Glass) ยาว 380 เมตรสูง 300 เมตร นับจากด้านล่างของจางเจียเจี้ยแกรนด์แคนยอน ที่นี่ไม่พูดถึงไม่ได้เพราะขึ้นชื่อในเรื่องของความเสียวแบบสุดๆ ก็เล่นให้เดินบนกระจกใสกิ๊งงมองลงมาเห็นทะลุทะลวงไปถึงด้านล่างสุดของอุทยานซะขนาดนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสภาพตอนเดินบนสะพานหัวใจงี้เต้นแรง อ่านต่อ

เมืองโรวินจ์ (Rovinj)

เมืองโรวินจ์ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของทะเลเอเดรียติก หนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดในมหาสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน เมืองแห่งรีสอร์ตและการท่องเที่ยวสุดยอดนิยม มีรีสอร์ตสวยๆ สไตล์ยุโรป ให้เลือกเข้าพักมากมายแถมยังขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงมาก ไม่วุ่นวาย ที่นี่เป็นเมืองท่าโบราณของโครเอเชียทางชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรอิสเตรีย (Istria Peninsula)

มี 2 ภาษาทางการ ทั้งอิตาลีและโครเอเชีย เนื่องจากในยุคก่อนมีการค้าขายระหว่างประเทศกับอิตาลี รวมถึงการอพยพทำให้เราสามารถเจอคนอิตาลีได้ทั่วไปค่ะ ลักษณะเมืองนี้เป็นชุมชนหนาแน่นจนติดชิดขอบทะเล ที่พักอาศัยจะถูกปลูกสร้างบนเนินเขาเตี้ยๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยโรงแรมสไตล์รีสอร์ทยาวตลอดทั้งทางทิศเหนือและทิศใต้ของเมือง

ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยคาบสมุทรที่มีรูปร่างเหมือนไข่ มีหอคอยโบสถ์ที่สูงเด่นอยู่กลางเมืองเป็นเอกลักษณ์ หอคอยแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ โบสถ์เซนต์ยูโฟเมีย (The Church of St. Euphemia) หรือที่รู้จักกันในนามมหาวิหารแห่งเซนต์ยูโฟเมีย ลักษณะเป็นโบสถ์สไตล์บาโรกตั้งอยู่ในใจกลางย่านประวัติศาสตร์ของเมืองโรวินจ์ โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1725–36 โบสถ์คริสเตียนยุคแรก หลักฐานการอุทิศตนของนักบุญจอร์จและยูโฟเมีย อ่านต่อ

สนามแข่งรถฟอร์มูลาวัน Monaco Street Circuit

Monaco Street Circuit สนามแข่งรถที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในการแข่งขัน Formula 1 เปิดใช้งานครั้งแรกในปี 1929 แต่ที่นี่ไม่ได้ถูกสร้างมาสำหรับแข่งรถโดยเฉพาะนะ เป็นเพียงถนนในเมืองที่ใช้สัญจรทั่วไป และนำมาใช้เป็นลานประลองความเร็ว มีความยาวต่อรอบ 3.34 กิโลเมตร

ที่นี่เป็นสนามที่นักแข่งส่วนใหญ่อยากมาเก็บชัยชนะกันมากที่สุดค่ะ เพราะเป็นสนามที่ต้องใช้เทคนิคขั้นสูง ผังสนามนั้นคดเคี้ยวไปมาและแคบตามสภาพถนนในเมือง ถือว่าแคบที่สุดในบรรดาสนามแข่งทั้งหมดเลยก็ว่าได้ มีโค้งอันตรายมากมาย จนได้ชื่อว่าเป็นสนามที่ขับยากและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นสนามที่สร้างความท้าทายต่อผู้ที่มาเยือนจริงๆ ตามแนวถนนที่ใช้แข่งจะวางแผงกั้นไหล่ทางตลอดแนว มีอัฒจันทร์ตามจุดสำคัญๆ พร้อมรับแฟนนักแข่งจำนวนมาก ยิ่งถึงตอนประลองความเร็วรอบสุดท้ายแล้วเนี่ย คนล้นหลามจนแทบจะยืนกันไม่ได้เลยล่ะ อ่านต่อ